รีเซต

ผลการค้นหา “MY STAND-IN” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
สิทธิพิเศษ
อ่าน
คลิปสั้น
“อัพ-ภูมิ” เตรียมแพ็คกระเป๋าเจอแฟนคลับ ประกาศ “My Stand-In World Tour!”
อ่าน

“อัพ-ภูมิ” เตรียมแพ็คกระเป๋าเจอแฟนคลับ ประกาศ “My Stand-In World Tour!”

อัพ-ภูมิ เตรียมแพ็คกระเป๋าเจอแฟนคลับ ประกาศ My Stand-In World Tour! เป็นอีกหนึ่งคู่จิ้นคู่พาร์ทเนอร์ที่จับมือกันประสบความสำเร็จ สำหรับสองนักแสดงหนุ่ม อัพ ภูมิพัฒน์ กับ ภูมิ ภูริพันธ์ จากซีรีส์วาย MY STAND-IN ตัวนาย ตัวแทน ในบทบาทของ หมิง กับ โจ ถึงแม้ว่าซีรีส์จะลาจอไปแล้ว แต่แฟนคลับหลายคนยังมูฟออนไม่ได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ อัพ ภูมิ ได้ประกาศข่าวดีว่าทั้งคู่กำลังจะเดินทางไปมอบความสุขและความฟินให้กับแฟนคลับที่มาเก๊า กับงานที่ชื่อว่า MY STAND-IN WORLD TOUR FAN MEETING IN MACAU วันที่ 26 ตุลาคม 2567 ล่าสุดมีหนึ่งเซอร์ไพรส์มาให้แฟนคลับเตรียมตัวกัน เพราะล่าสุดประกาศ My Stand-In World Tour! แล้วจ้า ซึ่งปล่อยตารางแฟนมีตออกมาก่อน 3 เมือง1st stop: มาเก๊า 26 ต.ค. 20242nd stop: โซล 16 พ.ย. 20243rd stop: ฮ่องกง 01 ธ.ค. 2024 ส่วนรายละเอียดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผังโซนที่นั่ง เบเนฟิต และราคา ก็จะมีประกาศออกมาอีกครั้ง และมีจะมีเมืองไหนเพิ่มมาอีกบ้างก็ต้องลุ้นกันหน่อยแล้วละจ้า

รู้จัก 3 นักแสดง MY STAND-IN ตัวนาย ตัวแทน ซีรีส์บอยเลิฟฟอร์มยักษ์ ทาง iQIYI
อ่าน

รู้จัก 3 นักแสดง MY STAND-IN ตัวนาย ตัวแทน ซีรีส์บอยเลิฟฟอร์มยักษ์ ทาง iQIYI

        เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่มาก สำหรับ “MY STAND-IN ตัวนาย ตัวแทน” ซึ่งเป็นซีรีส์บอยเลิฟฟอร์มยักษ์ จากทาง iQIYI Original เป็นแนวโรแมนติก ดราม่า ที่บอกเล่าเรื่องราวของหนุ่มสองคนที่พวกเขานั้นได้บังเอิญเจอกัน แต่แล้วก็ได้เกิดความสัมพันธ์ ที่ยากที่จะถอนตัว โดยได้เหล่านักแสดงมากฝีมือและหน้าใหม่มาจอยในเรื่องนี้ วันนี้เราเลยอยากจะชวนเพื่อน ๆ มาทำความรู้จักและเปิดวาร์ปเหล่านักแสดงแต่ละคน ผ่านทาง ‘รู้จัก 3 นักแสดง MY STAND-IN ตัวนายตัวแทน ซีรีส์บอยเลิฟฟอร์มยักษ์ ทาง iQIYI’ หากพร้อมแล้วนั้นก็ตามมาเลยค่า~OFFICIAL TRAILER : MY STAND-IN | ตัวนาย ตัวแทนhttps://m.youtube.com/watch?v=9lzKraOt4dk1.) อัพ ภูมิพัฒน์      นักแสดงหนุ่มหล่อคนแรกใน MY STAND-IN ตัวนาย ตัวแทนนั่นคือหนุ่ม “อัพ ภูมิพัฒน์ เอี่ยมสำอาง” เขาเกิดเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2537 ปัจจุบันอายุ 29 ปี ในพาร์ทของการศึกษา เขาจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภาคอินเตอร์ และจบการศึกษาระดับปริญญาโท จากประเทศอังกฤษ https://www.instagram.com/p/C3610JhLoXK/?igsh=MW1oaWl0c25oZ3Y2cg==       โดยก่อนหนุ่มอัพนะเข้าสู่วงการบันเทิง เขานั้นมีชื่อเสียงจากโลกออนไลน์ในเพจ Chula Cute Boy ต่อมาเขาก็ได้เข้ามาเป็นพระเอกโฆษณาและเป็นกระแสพูดถึงจนกลายเป็นไวรัลสุดปัง และเขาก็ได้เข้าร่วมรายการเรียลลิตี้ของประเทศเกาหลีใต้รายการ Babel 250 และเขาก็ได้เข้าสู่พาร์ทของการเป็นนักแสดงแบบจริง ๆ จัง ๆ ในซีรีส์เรื่อง GGEZ เกรียนเมพเทพศาสตร์https://www.instagram.com/p/C2b8vCHrwNs/?igsh=aml5bWNkaHFmcHhvอัพ ภูมิพัฒน์ รับบทเป็น “หมิง” เขานั้นเป็นลูกคุณหนูผู้เย่อหยิ่ง และเอาแต่ใจเป็นที่สุด เขานั้นได้มีความสัมพันธ์กับโจ สตันท์แมนที่แท้จริงแล้วมีความลับบางอย่างอยู่ในความสัมพันธ์ครั้งนี้ช่องทางการติดตามอัพ ภูมิพัฒน์Instagram : @uppoompat2.) ภูมิ ภูริพันธ์       มาดูต่อกันแบบไม่แพ่ว! กับพระะเอกหนุ่มในซีรีส์ นั่นคือหนุ่มหล่อเข้ม “ภูมิ ภูริพันธ์ ทรัพย์แสงสวัสดิ์” เกิดเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ.2540 ปัจจุบันอายุ 25 ปี เขานั้นจบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดลhttps://www.instagram.com/p/C5iYhqpPj6q/?igsh=MTBnNmpvaDc4OHhvMQ==      โดยหนุ่มภูมิ ภูริพันธ์ได้เข้าสู่วงการบันเทิงจากการเฟ้นหานักแสดงหน้าใหม่ และด้วยความโดดเด่นของเขา ทำให้เขาได้เข้าอยู่ในสังกัดของช่อง 8 และมีผลงานการแสดงเรื่องแรกค่อ ซีรีส์ วิญญาณพิศวง และก็มีผลงานตามมาอีกมากมาย เรือนชฎานาง  , Bake Me Please พิชิตใจ นายสายหวาน , สางนางพราย และอื่นๆ อีกมากมายhttps://www.instagram.com/p/C5LreHAveQQ/?igsh=ZjhtbzhzeDc5emExภูมิ ภูริพันธ์ รับบทเป็น “โจ” เขานั้นเป็นสตันท์แมนหนุ่มหล่อ ของซุปตาร์ชื่อดังอย่าง ตง ซึ่งเขาก็ได้ทุ่มเทให้กับการทำงานเป็นอย่างมาก อีกทั้งโจเขายังเป็นคนที่ซื่อ ๆ ไม่ค่อยพูด มีความเป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน จิตใจดีช่องทางการติดตามภูมิ ภูริพันธ์Instagram : @poompps3.) ปอร์เช่ ธนธรณ์       นักแสดงคนสุดท้ายท้ายสุดในซีรีส์เรื่องนี้ นั่นคือหนุ่ม “ปอร์เช่ ธนธรณ์เจริญรัตนพร” เกิดเมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ.2544 ปัจจุบันอายุ 23 ปีน้ำหนัก 72 กิโลกรัม ส่วนสูง 183 เซนติเมตร เขาเป็นนักแสดงในสังกัด YYDS Entertainment https://www.instagram.com/p/C4keS9brt2G/?igsh=MTMzM3M5bzcybXRseg==       โดยหนุ่มปอร์เช่เคยได้ออกรายการเกี่ยวกับสาววาย บอยเลิฟในเพจSosatSeoulsay โซซัดโซลเซย์ ใน Ep.74 และเขาได้เข้าสู่วงการบันเทิงแบบจริง ๆ จัง ๆ ในปี 2565 ในการแสดงซีรีส์บอยเลิฟเรื่องYou're My Skyhttps://www.instagram.com/p/C1RuxCmru6o/?igsh=MW1oNTFnbHRwNzZyNg==ปอร์เช่ ธนธรณ์ รับบทเป็น “ซอล” เขาเป็นไอดอลหนุ่ม ที่เป็นหนุ่มหล่อ มีพลังบวกแบบเหลือล้น สดใส ร่าเริง อารมณ์ดียิ้มง่าย หัวเราะเก่ง เป็นคนที่จริงใจ ตรงไปตรงมาในความรู้สึก และเขายังคอยช่วยเหลือโจอยู่เสมอช่องทางการติดตามปอร์เช่ ธนธรณ์Instagram : @tanathorncก็จบลงไปแล้วนะคะสำหรับ รู้จัก 3 นักแสดง MY STAND-IN ตัวนาย ตัวแทน ซีรีส์บอยเลิฟฟอร์มยักษ์ ทาง iQIYI ต้องขอบอกเลยว่านักแสดงแต่ละคนนั้นปังไม่ไหว แสดงดี จึ้ง แถมคาแรคเตอร์ยังเป๊ะมากเวอร์ โดยเพื่อน ๆ สามารถรับชมซีรีส์เรื่อง MY STAND-IN ตัวนาย ตัวแทน ได้ทางแอปพลิเคชัน iQIYI (อ้ายฉีอี้) และเว็บไซต์ www.iQ.com ที่เดียวเท่านั้น เริ่มตอนแรก วันศุกร์ ที่ 26 เมษายน 2567 นี้ ที่เดียวเท่านั้น! #MyStandin #ตัวนายตัวแทน #iQIYI #YYDSent #iQIYIOriginal #uppoompat #poompps #tanathorncเครดิตภาพหน้าปกโดยภาพหน้าปก1 / ภาพหน้าปก2 / ภาพหน้าปก3 / ภาพหน้าปก4 / ภาพหน้าปก5 เครดิตภาพประกอบบทความโดยYYDS Entertainment : ภาพที่1 / ภาพที่4 / ภาพที่7 / ภาพที่10@uppoompat : ภาพที่2 / ภาพที่3 @poompps : ภาพที่5 / ภาพที่6 @tanathornc : ภาพที่8 / ภาพที่9 เครดิตวิดีโอประกอบบทความโดย iQIYI Thailand - Get the iQIYI APPOFFICIAL TRAILER : MY STAND-IN | ตัวนาย ตัวแทน     

รีวิวซีรีส์ MY STAND-IN ตัวนาย ตัวแทน (2024) ทาง iQIYI นำแสดง อัพ ภูมิพัฒน์ & ภูมิ ภูริพันธ์
อ่าน

รีวิวซีรีส์ MY STAND-IN ตัวนาย ตัวแทน (2024) ทาง iQIYI นำแสดง อัพ ภูมิพัฒน์ & ภูมิ ภูริพันธ์

สวัสดีค่ะ วันนี้จะมารีวิวซีรีส์ของทาง iQIYI เรื่อง MY STAND-IN ตัวนาย ตัวแทน มีทั้งหมด 12 ตอน ตอนละ 60 นาที มาวันแรกวันที่ 26 เมษายน 2024 ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 20.00 น. วันละ 1 ตอน นำแสดงโดยอัพ ภูมิพัฒน์ รับบท หมิง และภูมิ ภูริพันธ์ รับบท โจเป็นเรื่องราวของโจที่เปิดเรื่องมาก็กำลังถ่ายหนังโดยเขานั้นเล่นเป็น Stand in แต่ก็เกิดเหตุไม่คาดฝันเขาขี่รถตกเหวหายตัวไปจนถึงปัจจุบันก็เป็นเวลา 2 ปีแล้ว แต่ใครจะคาดคิดว่าเขากลับตื่นมาในร่างของคนอีกคนที่ก็ชื่อโจเหมือนกัน เขานั้นได้มาทำงานเป็นคนเตรียมพร๊อพของบริษัททำหนังบริษัทของพี่วุฒิที่เดียวกับที่เขาเคยทำงานเป็น Stand in ในอดีต วันแรกที่เขาเข้าไปทำงานนั้นเขาก็ได้เจอกับหมิงคนรักเก่าของเขาที่ทำให้เขาเสียใจเพราะเห็นเขาเป็นตัวแทนตงนักแสดงชื่อดังที่ตนชอบมาตลอด เขาจึงพยายามเลี่ยงไม่เจอหมิงที่ตอนนี้กลายเป็นดารามาได้ครึ่งปี ความจริงแล้วโจเคยเป็น Stand in ของตงคนที่หมิงชอบ เขาเคยไปต่อกับหมิง ทั้งสองกำลังจะมีอะไรกันแต่กลับพบว่าพวกเขาเป็นรุกทั้งคู่ สุดท้ายเลยไม่มีอะไรเกิดขึ้น โจนั้นรู้สึกชอบหมิงมาโดยตลอดพอหมิงเมาและพยายามจะมีอะไรกับเขา ตอนแรกเขาก็ปฎิเสธแต่สุดท้ายเขาก็ยอมให้หมิงเพราะเขานั้นชอบหมิงมาก เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปก็ต้องไปดูกันหมิงเพิ่งเข้าวงการก่อนที่โจจะฟื้นในร่างใหม่แค่ครึ่งปี ตอนเจอโจในร่างใหม่ครั้งแรกก็รู้สึกคุ้นเคยแต่ก็ไม่รู้ว่าเขาคือโจคนรักเก่าของตน หมิงเป็นคนนิ่งๆ 2 ปีก่อนตอนเห็นโจข้างหลังครั้งแรกก็เข้าไปกอดแล้วเรียกพี่ตงเพราะโจในร่างเก่านั้นคล้ายตงมาก แต่พอเห็นหน้าก็ตกใจที่ไม่ใช่ตง แต่ก็พยายามเก๊กทำหน้านิ่ง ตอนเจอกับโจแรกๆ ก็ดูจะเก๊กหน่อยๆ ในตอนนั้นเขาพึ่งกลับมาจากต่างประเทศ เขานั้นชอบตงมากแต่ตงกลับไปคบกับเมย์พี่สาวของเขา เขาจึงเสียใจมาก นักแสดงแสดงได้ดูขี้เก๊กนิดๆ แต่ก็ดูเท่มากโจเป็น Stand in ของตง งานของเขาคือเป็นตัวแทนทำในสิ่งที่คนอื่นไม่กล้าทำ ทำให้ต้องเสี่ยงอันตรายอยู่ตลอด เขานั้นตกหน้าผาหาร่างไม่เจอแต่อยู่ๆ เขาก็ตื่นขึ้นมาในร่างของอีกคนที่ชื่อโจเหมือนกันแต่โจคนนี้ทำงานเป็นนายแบบ และอาศัยอยู่กับแม่แค่สองคน โจเป็นคนสุถาพ เรียบร้อย ทั้งยังจิตใจดี ถึงแม้จะไม่ใช่ร่างตัวเองแต่ก็สัญญากับตัวเองว่าจะดูแลแม่ของโจคนที่เขามาใช้ร่างให้ดีที่สุดเพราะแม่โจดูแลจนเขาได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ดูเจ็บปวดกับหมิงมาก นักแสดงแสดงได้ดูน่ารัก ยิ้มง่ายเสื้อผ้ามีความสวยงามทันสมัย ชุดนักแสดงส่วนใหญ่เป็นชุดธรรมดาๆ ทั่วๆ ไป แต่มีความสวยงามดูดีทีเดียว มีทั้งชุดที่ดูเป็นทางการ เรียบๆ แต่ก็ดูดี ไว้ใส่เวลาออกงาน และชุดอยู่บ้านธรรมดาๆ ที่นักแสดงใส่ออกมากลับดูดีมาก ฉากก็มีความสวยงาม มีการจัดองค์ประกอบให้ดูดี ถึงแม้จะเป็นฉากธรรมดาๆ ที่ไม่ได้ดูยิ่งใหญ่อลังการอะไรมากมายพล็อตเรื่องคือบอกเล่าเรื่องราวของโจที่เป็น Stand in ของตงนักแสดงหนุ่มชื่อดัง โจได้มาพบกับหมิงโดยบังเอิญ ทั้งคู่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันโดยที่โจไม่รู้ว่าหมิงคบตนเพื่อเป็นตัวแทนของตงมาโดยตลอด ต่อมาโจจึงได้รู้ความจริงแต่เขาจำเป็นต้องรับงานกองถ่ายนอกและประสบอุบัติเหตุตกลงเหว โจตื่นขึ้นมาในร่างเด็กหนุ่มชื่อโจที่เกิดอุบัติเหตุในวันเดียวกันโดยมีแม่อิงคอยดูแลและพี่วุฒิคอยช่วยเหลือ โจได้พบกับหมิงอีกครั้ง ในชาตินี้หมิงอยากให้โจกลับมาอยู่ข้างๆเขาเหมือนเดิมโดยที่โจไม่รู้เหตุผลของการกระทำนั้น หมิงที่เก็บความทรงจำทุกอย่างของโจคนเดิมเอาไว้ และพยายามหาความจริงเรื่องที่โจยังมีชีวิตอยู่ เพื่อที่จะได้โจกลับมาอยู่เคียงข้างและได้บอกเหตุผลที่เขาไม่มีโอกาสได้บอกกับโจก่อนที่ทุกอย่างจะสายไปอยากให้ดูเรื่องนี้เพราะเป็นแนวโรแมนติกดราม่าแฟนตาซีที่พล็อตเรื่องคือน่าสนใจ มีความแฟนตาซีทำให้เรื่องราวดูซับซ้อนมีอะไร เรื่องก็น่าสนใจมีการนำอาชีพ Stand in มาเป็นอาชีพของตัวหลักซึ่งเป็นอาชีพที่ไม่ค่อยเห็นซีรีส์เรื่องอื่นๆ ทำ ทำให้ดูแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร และยังเล่าเรื่องได้เข้ากับชื่อเรื่อง  My Stand In ตัวนาย ตัวแทน คือโจที่มีอาชีพ Stand in และยังเข้าใจว่าหมิงมองตนเป็นตัวแทนตง เคมีคู่นี้คือดีมาก ดูแล้วฟินมาก อยากให้ไปดูค่ะอ้างอิงภาพปก1, ภาพปก2 ตกแต่งโดย canvaภาพที่1, ภาพที่2, ภาพที่3, ภาพที่4 ขอบคุณภาพจาก facebook: iQIYIThailandซีรีส์วายไทยที่น่าสนใจช่วงนี้รีวิวซีรีส์ ทรงจำในอักษร(2024) Memory In The Letter ทาง 9 MCOT ย้อนหลังทาง WeTVรีวิวซีรีส์ We Are คือเรารักกัน(2024) We Are Series ทาง GMM25 ย้อนหลังทาง iQIYI #ปอนด์ภูวินทร์รีวิวซีรีส์ 23.5 องศาที่โลกเอียง(2024) 23.5 When the Earth Spinning Around ทาง GMM25 ย้อนหลังทาง Netflix #มิ้ลค์เลิฟ #มีนาน่าดูรีวิวซีรีส์ คุณได้ไปต่อ(2024) To Be Continued ทาง ช่อง 3 ย้อนหลังทาง Netflix ​​​​​​​รีวิวซีรีส์ Two Worlds โลกสองใบใจดวงเดียว(2024) ทาง iQIYI

Interview : : ทำความรู้จักกับ "โอ้ กาญจน์ศิริ" ศิลปิน นักแต่งเพลง กับผลงานการเขียนเพลง OST. ซีรีส์ "My Stand-In ตัวนาย ตัวแทน"
อ่าน

Interview : : ทำความรู้จักกับ "โอ้ กาญจน์ศิริ" ศิลปิน นักแต่งเพลง กับผลงานการเขียนเพลง OST. ซีรีส์ "My Stand-In ตัวนาย ตัวแทน"

หากใครเคยอ่านบทสัมภาษณ์ก่อนหน้านี้  รู้จัก “โอ้ กาญจน์ศิริ” ผู้ชนะเลิศประกวดคลิป VDO TrueID In-Trend เพลงแชทหนักขวา”​​​​​​ nbsp; และติดตามผลงานของ “โอ้” หรือ "โอ้ กาญจน์ศิริ Oh Kansiri" มาตั้งแต่เมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้ว เราคงจะเห็นตรงกันว่าเธอนั้นมาไกลกว่าจุดที่เธอเริ่มต้นมาก ๆ ทั้งในแง่ของการเติบโต ฝีมือ และโอกาสที่เธอได้รับ วันนี้ “โอ้” มาพร้อมกับบทบาทใหม่กับการเขียนเพลง OST. ประกอบซีรีส์ “My Stand-In ตัวนายตัวแทน" ซึ่งแทบจะเรียกได้ว่าเป็นการร่วมงานกันศิลปินและทีมงานมืออาชีพและเป็นการเขียนเพลง OST. ครั้งแรกในชีวิตของเธอ ดังนั้นเราต้องไปคุย ไปถามถึงเรื่องงานใหม่ ๆ กันสักนิด ความรู้สึกที่ได้เขียนเพลง OST ประกอบซีรีส์ “My Stand-In ตัวนายตัวแทน" เป็นครั้งแรก“โอ้โห ดีใจมากค่ะ นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เขียนเพลงประกอบซีรีส์ เหมือนได้รับพรสามประการเลยค่ะ ประการแรก เพลงที่เราเขียนได้ไปโลดแล่นอยู่ในซีรีส์ ประการที่สองเราได้ร่วมงานกับศิลปินมากฝีมือทั้ง พี่คิง The Voice และ น้องนาย กรชิต จาก Chuang 2021 ประการที่สามคือได้ร่วมงานและพบเจอกับทีมงานมืออาชีพ ทั้งทีมโปรดิวเซอร์, ผู้กำกับ และผู้ผลิตซีรีส์ค่ะ”เพราะอะไรถึงได้มาเขียนเพลงประกอบซีรีส์เรื่องนี้“เริ่มตั้งแต่รู้จักกับพี่ต๋อย ที่เป็น CEO ของ Banana Sound Studio ค่ะ ซึ่งสตูดิโอนี้รับทำซาวด์หนังมามากมายอย่างยาวนาน เช่น เสียง “ธี่หยด” ในภาพยนตร์ โดยที่พี่ต๋อยไปเห็นคลิป TikTok ตัวหนึ่งของโอ้ ที่แชร์ประสบการณ์เรื่องการทำเพลง เลย Inbox มาหา เราได้พูดคุยทำความรู้จักกันเรื่อย ๆ จนวันหนึ่งพี่ต๋อยทักมาหาโอ้ว่า ‘โอ้ ว่างแต่งเพลงไหม’ โอ้ก็ตอบไปว่า ‘ว่างสิค้าาา’ เลยได้มาเขียนเพลง OST เรื่องนี้ค่ะ”พี่ต๋อย CEO "Banana Sound Studio"พูดถึงเพลง “อยู่กับฉันฝันถึงใคร”“อยู่กับฉันฝันถึงใคร เป็นเพลงที่ถ่ายทอดความรู้สึกที่เราไม่แน่ใจว่าเราถูกรักเพราะเราเป็นเรา หรือเพราะเราเหมือนใคร และเงาที่สะท้อนในแววตาคนตรงหน้าเป็นเราจริง ๆ หรือเปล่า ซึ่งมันเป็นความรู้สึกที่สับสนปนเจ็บปวด ตอนได้รับบรีฟมา ก็พูดถึงความรู้สึกของตัวละคร ‘โจ’ ในเรื่องค่ะ” โดยที่เพลงนี้ได้ น้องนาย กรชิต จาก วง INTO 1 เป็นคนร้อง น้องนายเป็นศิลปินไทยที่ได้เดบิวต์ที่จีน เคยเป็นผู้เข้าประกวดของ Chuang 2021”รู้สึกอย่างไรที่น้องนายมาร้องเพลงที่เราเขียน“ตื่นเต้นมากค่ะ เพราะโอ้แอบได้ยินมาว่าเพลงนี้เป็นเพลงไทยเพลงแรกของน้อง และน้องก็มีฐานแฟนคลับเยอะด้วย เราก็เลยอยากทำให้ดีที่สุด”“นาย กรชิต” เมื่อได้ร่วมงานด้วย...“น้องเป็นคนเก่งค่ะ เรียนรู้ได้เร็ว และมีความยืดหยุ่น คือในห้องอัด มันจะมีบางโน้ตที่เราปรับหน้างานบ้าง ด้วยฟีลลิ่ง หรือเพื่อให้มันเหมาะสมลงตัวกว่าเดิม ซึ่งน้องก็ร้องตามที่โปรดิวเซอร์บรีฟได้ทันที ในพาร์ทที่ให้ดีไซน์แอดลิบน้องก็ทำออกมาได้ดีมาก หรือในบางครั้งเขาก็พาให้เราไปเจอเมโลดี้ใหม่ ๆ ที่ใช่กว่าเดิม ทำให้เพลงสมบูรณ์แบบค่ะ” "คิง พิเชษ" หรือ "คิง The Voice"พูดถึงเพลง “หนีให้ตาย” ร้องโดยศิลปิน "คิง พิเชษ" หรือ "คิง The Voice"“อันดับแรกเลยคือรู้สึกพิเศษมาก ที่ได้รับโอกาสในการเขียนถึงสองเพลงในซีรีส์เรื่องเดียว ที่เป็นทั้งเพลงเปิดและเพลงปิดของซีรีส์ อเมซิ่งสุด (หัวเราะ) แต่ต้องยอมรับว่าตอนได้บรีฟมารู้สึกว่ามันยากค่ะ เพราะ บรีฟเขียนมาว่า ‘ฉันลองตายแล้วยังไม่มีความสุขเลย’ ซึ่งในซีรีส์มันก็ใช่นะ ตัวเอกตายแล้วไปเกิดใหม่ แต่จะถ่ายทอดยังไงให้มันดู ‘สมจริง’ เพราะชีวิตจริงไม่มีใครลองตายได้ (หัวเราะ) โอ้ก็เลยเปรียบ ‘การตาย’ คือ ‘การหนี’ ซึ่งหนีให้ตายก็ไม่ช่วยอะไร ถ้าใจมันหยุดที่คนนี้ไปแล้ว เพลงตัวตายเป็นเพลงแนวร็อคจัด ๆ ซึ่งพี่คิง The Voice ถ่ายทอดออกมาได้สุดมาก ๆ ค่ะ"การเขียนเพลงประกอบซีรีส์ต่างกับการเขียนเพลงตัวเองยังไงบ้าง“ต่างเยอะเหมือนกันค่ะ เพลงตัวเองจะมีอิสระมากกว่าตั้งแต่การกำหนดคอนเซ็ปต์ เลือกแนวเพลง ทำเมโลดี้ เขียนเนื้อ แต่การเขียนเพลง OST ทุกอย่างมันถูกเซ็ตไว้หมดแล้ว ตั้งแต่บท คอนเซ็ปต์ คีย์เวิร์ด โครงสร้างเพลง รวมไปถึงเมโลดี้ เหลือแค่ใส่เนื้อร้องเข้าไปค่ะ ก็เรียกว่าสนุกคนละแบบ (ยิ้ม)” อัปเดตผลงาน Oh Kansiri  “ตอนนี้กำลังทำ อัลบั้ม Immersive เป็น EP Album จำนวน 6 เพลงค่ะ ที่ปล่อยไปล่าสุดก็คือเพลง "Pink Honeymoon" (เวอร์ชันภาษาไทยกับภาษาอังกฤษ) กับเพลง "เก็บไว้คิดถึงยามจำเป็น" เร็ว ๆ นี้ก็ทยอยปล่อยให้ครบจนปิดอัลบั้ม และผลิต Merchandise ให้สะสม ลึก ๆ อยากจัดคอนเสิร์ตมากค่ะ เล็ก ๆ ก็ยังดี นอกจากงานเพลงแล้วก็รับงานเขียนเพลงให้ศิลปินคนอื่นด้วยค่ะ อย่างเพลง “สาดเอ๊ยสาดมา” เป็นเพลงสงกรานต์ โปรดิวซ์โดย หนุ่ม ศุภวิญญ์ แล้วก็มี OST ประกอบภาพยนตร์และซีรีส์อีก 2 เพลงที่ทำกับพี่ต๋อยค่ะ นอกจากนั้นก็ติดตามโอ้ทางโซเชียลได้เลยค่า”ช่องทางการติดตาม Oh Kansiri Facebook : Oh KansiriInstagram : ohkansiriYouTube : Oh KansiriTikTok : Oh Kansiri เรียกได้ว่า “โอ้ กาญจน์ศิริ" เป็นศิลปินที่น่าจับตามองทั้งในแง่ของความสามารถ ไอเดีย และทัศนคติ จากที่ได้สัมผัสและพูดคุยกัน ก็รู้สึกตื่นเต้นแทนอนาคตของวงการเพลงในประเทศไทยที่ศิลปินคนนี้ค่อย ๆ ผลิบานและเป็นที่รู้จักมากขึ้น  ขอบคุณภาพประกอบจาก yyds_ent / ohkansiriภาพปก ภาพที่1 ภาพที่2 ภาพที่3 ภาพที่ 4ภาพที่1 ภาพที่2 ภาพที่3 ภาพที่4 ภาพที่5- 6 ภาพที่7-9 ภาพที่10YouTube- Official Trailer “My Stand-In ตัวนายตัวแทน” 

Stand and Die ALONE
อ่าน

Stand and Die ALONE

“Stand Alone, Die Alone แสงอัสดงของโรงหนังใบเลี้ยงเดี่ยว”สำนักพิมพ์ : Filmvirus  //  ผู้เขียน : มนุษย์กว่า 50 ชีวิต  //  พิมพ์ครั้งแรก : กันยายน 2559ราว 3 ปีที่แล้ว สำนักพิมพ์ Filmvirus เปิดให้สั่งจองหนังสือเล่มนี้ล่วงหน้า ถ้าจำไม่ผิดจะได้ส่วนลด 50 บาทจากราคาปก แต่ตอนนั้นเราไม่ค่อยมีตังค์ ก็เลยยังไม่สั่ง นึกในใจว่าเดี๋ยวจะไปขอยืมที่อุทยานการเรียนรู้ TK park มาอ่านละกัน แล้วถ้าชอบก็จะค่อยหาซื้อทีหลัง นี่เป็นรูปแบบการเสพหนังสือของเราในช่วงที่เศรษฐกิจฝืดเคืองตัดภาพมา 2 ปีผ่านไป ที่ TK park ซึ่งมีหนังสือให้ยืมมากมาย แต่กลับไม่มีหนังสือเล่มนี้ให้ยืม (เศร้าเลย)เราไม่เคยเห็นหนังสือเล่มนี้วางขายมาก่อน ไม่ว่าจะที่ร้านหนังสือทั่วไปหรืองานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ จนเมื่อเดือนก่อน เรามาเจอที่ร้าน D.K. today สาขา RCA เหลือเล่มสุดท้ายแล้ว พอพลิกไปปกหลังก็พบว่า “พิมพ์สามร้อยเล่ม” ทำให้รู้สึกว่า Limited Edition !!! ลองเปิดอ่านผ่าน ๆ เป็นครั้งแรกก็ชอบเลย หันไปบอกป้าคนขายว่าเก็บเล่มนี้ไว้ให้เราด้วย เดี๋ยวสิ้นเดือนนี้มาซื้อ รอเงินออกก่อน ป้าบอกไม่แน่ใจว่าจะมีคนอื่นมาซื้อก่อนมั้ย ถ้าเขาซื้อป้าก็ต้องขาย 555แต่สุดท้ายก็โชคดีที่ไม่มีใครซื้อตัดหน้าเรา (เย่ๆ)(ภาพจากเพจเฟซบุ๊ก The Southeast Asia Movie Theater Project : https://www.facebook.com/SEAMTP/)เมื่อพูดถึงเนื้อหาภายในเล่ม เป็นการรวมตัวของนักเขียนถึง 47 คน ที่มาแชร์ประสบการณ์ของตัวเองเกี่ยวกับ “โรงหนังใบเลี้ยงเดี่ยว” ก็ทำให้ได้มุมมองความคิดและเรื่องราวที่หลากหลาย ซึ่งความทรงจำของบางคนก็มีส่วนที่สอดคล้องกัน คือเคยมาดูหนังที่โรงเดียวกัน แต่ดูกันคนละปี คนอ่านอย่างเราจึงสนุกไม่น้อยกับการปะติดปะต่อจิ๊กซอว์ความทรงจำเหล่านั้นขึ้นมาแต่ปัญหามีอยู่ว่า มันเหมือนเป็นการขุดคุ้ยความทรงจำในอดีต ที่สำหรับนักเขียนบางคนนั้นได้ผ่านเหตุการณ์นั้นมานานหลายสิบปีแล้ว สิ่งที่เขียนมาก็อาจคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงก็ได้ หรือนี่อาจเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของงานเขียน ซึ่งบางทีเราก็ไม่ได้สนใจว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องแต่ง หรือมีทั้งจริงปนแต่ง เพราะสุดท้ายขอแค่มันมีคุณค่าเพียงพอที่เราจะเสียเวลาอ่านก็พอแล้วดีใจที่มีคนบันทึกว่าหนังเรื่อง Vanishing point (ผลงานอาจารย์ของเราเอง-จักรวาล นิลธำรงค์, 2015) ได้ฉายรอบพรีเมียร์ในเมืองไทยที่ “โรงหนังแหลมทอง” (ซึ่งปิดให้บริการมานานแล้ว) เหมือนเป็นการต่อลมหายใจให้โรงหนังแห่งนี้อีกครั้ง แม้เป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ แค่ “3-4 บรรทัด” ในหนังสือเล่มนี้ก็ตามมองอีกมุม หนังสือเล่มนี้ก็เหมือนเป็นวิกิพีเดียเรื่องโรงหนังใบเลี้ยงเดี่ยว เพราะหลายเรื่องราวที่เราไม่เคยรู้ก็ได้รู้จากที่นี่เช่น เรื่องโรงหนังที่นราธิวาส อันเนื่องจากปีที่แล้วมีช่วงระยะเวลาสั้นๆ ที่เราได้ไปทำงานที่นราธิวาส คนในพื้นที่บอกว่าทั้งจังหวัดไม่มีโรงหนังสักโรง ใครๆ คงเข้าใจว่า เป็นปัญหาเรื่องความไม่สงบและการเมือง ส่วนเราสนใจว่า ที่นี่ไม่มีโรงหนังมานานแค่ไหนแล้ว ถ้าอย่างนี้วัฒนธรรมการดูหนังในโรงของคนในพื้นที่ก็หายไปเลยสิ ซึ่งอินเทอร์เน็ตก็ตอบคำถามเราไม่ได้ทั้งหมด จนมาเปิดหนังสือเล่มนี้แล้วมีคนแชร์ว่า เมื่อก่อนนราธิวาสมีโรงหนัง 2 โรงคือ “เฉลิมนรา” กับ “เดอะโกล๊บ” แต่สาเหตุหลักที่มันหายไปก็อย่างที่เรารู้กัน-นั่นส่วนหนึ่ง ทำให้ชาวบ้านต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของตัวเองเพื่อความอยู่รอด (แม้โรงหนังจะไม่รอด…) อีกเหตุผลที่สำคัญคือ ช่วงนั้นเป็นยุคซบเซาของหนังไทย ทั้งหมดทั้งมวลทำให้เมืองนี้ไม่มีโรงหนังมา 20 ปีแล้ว ส่วนตัวอาคารที่เคยเป็นโรงหนัง ทุกวันนี้ก็ถูกใช้เป็นสถานที่เลี้ยงนกนางแอ่นแทนนอกจากนี้ภายในเล่ม ยังมีชื่อโรงหนัง ชื่อหนัง และชื่อคนทำหนัง อีกเยอะแยะมากมายที่เราไม่คุ้นหู ได้ถาโถมกระหน่ำมาใส่เราแบบไม่ทันตั้งตัว จนมารู้ตัวเมื่ออ่านจบเล่มว่า…จำชื่อพวกนั้นไม่ได้เลยว่ะ (ฮา) แต่จากนี้ถ้าได้ยินชื่อเหล่านั้นจากที่ไหนอีก ก็จะคุ้น ๆ และน่าจะร้อง “เอ๊ะ” เบาๆ(ภาพจากเพจเฟซบุ๊ก The Southeast Asia Movie Theater Project : https://www.facebook.com/SEAMTP/)

รีวิว Belkin 3-in-1 Wireless Charging Stand with MagSafe แท่นชาร์จสารพัดประโยชน์ของชาว Apple
อ่าน

รีวิว Belkin 3-in-1 Wireless Charging Stand with MagSafe แท่นชาร์จสารพัดประโยชน์ของชาว Apple

ก่อนหน้าเรารีวิว Belkin 3-in-1 Wireless Charging Pad with MagSafe ที่เป็นแท่นชาร์จ MagSafe พร้อมที่ชาร์จ Apple Watch และที่ชาร์จไร้สายแบบวางนอนกันมาแล้ว คราวนี้มาถึง Belkin 3-in-1 Wireless Charging Stand with MagSafe (รหัส WIZ017) ที่เป็นแท่นชาร์จไร้สายแบบขาตั้งขึ้นมากันบ้าง! (สังเกตชื่อ จะเปลี่ยนจากคำว่า Pad เป็น Stand นะ) จุดชาร์จของ Belkin 3-in-1 Wireless Charging Stand with MagSafe แท่นชาร์จชุดนี้ก็ยังประกอบด้วยที่ชาร์จ 3 ตำแหน่งเหมือนเดิม ตัวหลักคือที่ชาร์จ MagSafe สำหรับชาร์จ iPhone 12 ขึ้นไป ซึ่งที่ชาร์จตัวนี้ใช้โมดูล MagSafe แท้จากแอปเปิ้ลจึงสามารถชาร์จได้เต็มความเร็วที่ 15 W ซึ่งเป็นความเร็วในการชาร์จไร้สายสูงสุดที่ไอโฟนจะทำได้ในปัจจุบัน และเมื่อเป็น MagSafe ก็สามารถแปะ iPhone ให้ลอยบนแท่นชาร์จนี้ได้เลย ตัวเครื่อง iPhone จะเอียงนิด ๆ สวยงามมาก ต่อมาคือที่ชาร์จ Apple Watch ซึ่งจุดนี้ต้องดูให้ดี ๆ เพราะ Belkin 3-in-1 Wireless Charging Stand with MagSafe มันมีรุ่นที่ออกมาก่อนหน้านี้พร้อม ๆ กับตอนที่ iPhone 12 ก่อน แล้วก็รุ่นใหม่ที่เรารีวิวในวันนี้ ซึ่งหน้าตาเหมือนกันเป๊ะ แต่รุ่นใหม่จะมีความสามารถในการชาร์จ Apple Watch Series 7 ขึ้นไปรวดเร็วขึ้น 33% ชาร์จ 0-80% ในเวลา 45 นาทีเท่านั้นเอง ซึ่งเราจะรู้ข้อมูลตรงนี้ได้จากหน้ากล่องครับ กล่องของรุ่นใหม่จะเขียนว่า “Up to 33% Faster Charging for Apple Watch Series 7” ไว้ที่หน้ากล่อง เวลาซื้อก็สังเกตตรงนี้ให้ดี ๆ ครับ และสุดท้ายคือที่ชาร์จมาตรฐาน Qi สำหรับชาร์จอุปกรณ์ทั่วไป ซึ่งให้กำลังแค่ 5 Watt ก็เหมาะสำหรับการชาร์จอุปกรณ์เล็ก ๆ อย่างหูฟังครับ จริง ๆ จะเอาสมาร์ตโฟนอื่น ๆ ไปชาร์จก็ได้ แต่จะช้าหน่อยครับ การใช้งาน ด้านใต้ของ Belkin 3-in-1 Wireless Charging Stand with MagSafe ที่ใช้หัวต่อไฟแบบกลม แท่นชาร์จ Belkin 3-in-1 Wireless Charging Stand with MagSafe มาพร้อมอแดปเตอร์ไฟแบบหัวกลม พร้อมสายยาว 1.5 เมตรครับ ซึ่งเสียบซ่อนสายไว้ด้านล่างของฐานอย่างแนบเนียน แม้ว่าพอร์ตไฟเข้าแท่นนี้จะไม่ใช่พอร์ต USB-C แต่ปกติเราก็ไม่ได้ย้ายสถานที่วางแท่นกันบ่อย ๆ หรือไม่ได้พกแท่นไปไหนมาไหนครับ ทำให้ไม่มีปัญหาในการใช้งาน จุดที่ต้องระวังในการใช้งานคือแท่นชาร์จรุ่นนี้เป็นที่ชาร์จ MagSafe แบบลอย ถ้าคุณเอา iPhone ใส่เคสแบบที่ไม่รองรับ MagSafe มันก็อาจมีโอกาสทำให้เครื่องตกได้นะครับ เพราะเคสที่ไม่รองรับ MagSafe จะทำให้แรงดูดของแม่เหล็กต่ำลง เพราะฉะนั้นถ้าคุณจะใช้แท่นชาร์จตัวนี้ iPhone ก็ต้องใช้เคส MagSafe หรือใช้กับ iPhone ที่ไม่ใส่เคสครับ ซึ่งเราทดลองกับ iPhone 14 Pro ที่ไม่ใส่เคส แม่เหล็กของมันก็มีแรงมากพอที่เครื่องจะไม่ตกลงมา แม้ว่าจะมีสายโทรศัพท์โทรเข้าแล้วเครื่องสั่นอยู่นานสองนานครับ ส่วนการใช้งานที่ชาร์จสำหรับ Apple Watch ก็ไม่มีปัญหาอะไร นาฬิกาก็สามารถยึดเกาะกับที่ชาร์จได้ดีแม้ว่าจะใส่สายเหล็กที่มีน้ำหนักมาก และการชาร์จด้วยที่ชาร์จมาตรฐาน Qi ด้านล่าง ก็มีไฟบอกการทำงานเพื่อให้รู้ว่ากำลังทำงานอยู่ ควรเลือกอะไรดีระหว่างรุ่น Pad กับ Stand รุ่น Stand ทางซ้าย และรุ่น Pad ทางขวา มาดูที่ราคากันก่อนครับ Belkin BOOST↑CHARGE PRO 3-in-1 Wireless Charging Pad with MagSafe 15W (รุ่นวางนอน) ราคา 6,990 บาทBelkin BOOST↑CHARGE PRO 3-in-1 Wireless Charger Stand with MagSafe 15W (รุ่นขาตั้ง) ราคา 6,590 บาททั้ง 2 รุ่นมีให้เลือกทั้งสีขาวและสีดำเหมือนกัน ด้วยราคาที่ต่างกัน 400 บาท กับความสามารถในการชาร์จที่เหมือนกันทุกอย่าง เพราะฉะนั้นในแง่ความคุ้มค่า รุ่นขาตั้งก็จะคุ้มกว่า ส่วนถ้ามองในแง่ความสวยงาม เราก็มองว่ารุ่นขาตั้งก็สวยกว่าอยู่ดี ไอโฟนเหมือนลอยอยู่กลางอากาศ แล้วถ้าเป็น iPhone 14 Pro จะมีหน้าจอ Always On Display อีก ยิ่งสวยเข้าไปใหญ่เลย แต่เรื่องนี้ก็แล้วแต่ความชอบส่วนตัวครับ แต่จุดที่รุ่นวางนอนเหนือกว่าคือความมั่นคงในการใช้งานครับ คือแม้คุณจะใส่เคส iPhone ที่ไม่รองรับ MagSafe คุณก็ยังวางชาร์จในรุ่น Pad อย่างปลอดภัย แต่ถ้ามาแปะชาร์จในรุ่นขาตั้ง มันก็มีโอกาสที่เครื่องจะตกลงมา ถ้าไม่ได้ใช้อุปกรณ์เสริม MagSafe ที่ถูกต้องครับ สรุปคือแท่นชาร์จ Belkin BOOST↑CHARGE PRO 3-in-1 Wireless Charging ทั้ง 2 รุ่นเหมาะสำหรับผู้ใช้ iPhone และ Apple Watch ครับ เป็นแท่นชาร์จที่สวยและประสิทธิภาพดีมาก แต่ก็เป็นแท่นชาร์จที่ราคาสูงมากทั้งคู่ และไม่เหมาะเลยสำหรับผู้ใช้สมาร์ตโฟน Android ที่ต้องใช้เทคโนโลยีการชาร์จไร้สายอื่น ๆ ถ้าต้องการชาร์จเร็วครับ

STANLYมีออเดอร์เพียบ ผลิตไฟส่องสว่างมาร์จิ้นดี
อ่าน

STANLYมีออเดอร์เพียบ ผลิตไฟส่องสว่างมาร์จิ้นดี

#STANLY #ทันหุ้น – STANLY รับอานิสงส์ไฟส่องสว่างที่เป็นอัตลักษณ์รถยนต์ รถกระบะ และรถจักรยานยนต์แต่ละรุ่นหุ้นมาร์จิ้นทรงตัวสูง ทั้งยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ หนุนผลการดำเนินงานช่วงครึ่งหลังของปี 2567 (2H/67) เติบโตต่อเนื่องจากช่วงครึ่งแรกของปี (1H/67) ด้านนักวิเคราะห์ชี้ไตรมาส 4/2567 ได้อานิสงส์จากคำสั่งผลิตโมเดลใหม่ คาดกำไรโต 6%YoY ดีกว่าอุตสาหกรรม เคาะ “ซื้อ” เป้า 240 บาทนายอภิชาต ลี้อิสสระนุกูล รองประธานกรรมการ บริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ STANLY เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 (ต.ค. 2566 – มี.ค. 2567) บริษัทจะเริ่มรับรู้รายได้จากคำสั่งผลิตไฟส่องสว่างโมเดลใหม่ของรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่หลายรุ่น โดยล่าสุดบริษัทได้รับคำสั่งผลิตไฟส่องสว่างให้กับรถจักรยานยนต์ Honda รุ่น Giornoซึ่งเป็นรถแฟชั่นที่สามารถปรับแต่งไฟส่องสว่างให้มีเอกลักษณ์เฉพาะบุคคลได้*คาดผลการดำเนินงานโตรวมถึงยังมีคำสั่งผลิตไฟส่องสว่างสำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล และรถกระบะที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะรุ่นอย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นยังคงคาดการณ์ว่าบริษัทจะมีผลการดำเนินงานเติบโตต่อเนื่องจากช่วง 6 เดือนแรกของงบปี 2567 (เม.ย. – ก.ย. 2566) ทั้งนี้ในช่วง 6 เดือนแรก งบปี 2567 บริษัทมีกำไรสุทธิ 810.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1%YoYขณะเดียวกันบริษัทยังคงดำเนินกลยุทธ์ปรับลดต้นทุนการดำเนินงานลงได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งโครงการติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคาโรงงาน, การนำเทคโนโลยี (AI) เข้ามาช่วยควบคุมกระบวนการผลิต, การรีไซเคิลภายในโรงงาน ฯลฯ“แม้ว่ายอดผลิตรถยนต์ในประเทศมีแนวโน้มชะลอตัวลงตามสถานการณ์โลก แต่บริษัทได้รับอานิสงส์จากการพัฒนา หลอดไฟอัจฉริยะร่วมกับลูกค้าจนหลอดไฟส่องสว่างเหล่านี้เป็นอัตลักษณ์เฉพาะของรถแต่ละรุ่น อีกทั้งยังมีมาร์จิ้นดีกว่าหลอดไฟส่องสว่างทั่วไป โดยหากลูกค้าแต่ละคนต้องการแต่งพิเศษเพื่อให้สะท้อนตัวตนผู้ขับขี่ มาร์จิ้นไฟดีไซน์เหล่านี้ก็จะยิ่งดีขึ้น”*ร่วมศึกษาตลาดในไทยพร้อมกันนี้บริษัทยังอยู่ระหว่างเจรจา และศึกษาแนวทางการทำธุรกิจกับผู้ประกอบรถยนต์ไฟฟ้าหลายค่ายเพื่อร่วมกันพัฒนาโมเดลไฟส่องสว่างสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงการให้คำแนะนำปรึกษา สำหรับการขยายตลาดรถยนต์อีวีในไทยด้วย“ปัจจุบันมีผู้ประกอบการรถยนต์ไฟฟ้าที่เข้ามาเจรจาแผนธุรกิจกว่า 10 ราย แต่ละรายมีโมเดลในมือมากกว่า 4 – 5 โมเดล ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างศึกษาแนวทางการทำธุรกิจร่วมกัน แต่เนื่องจากผู้ประกอบการเหล่านั้นยังไม่มีความรู้ ความเข้าใจด้านการตลาดในไทย รวมถึงแนวทางการส่งออกรถยนต์ไปยังตลาดต่างๆ ทั่วโลก จึงคาดว่ายังต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง”อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงติดตามสถานการณ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วโลกอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับกลยุทธ์การดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา*แนะซื้อ เป้า 240 บาทบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ มีมุมมองเป็นกลาง (Neutral) ต่อกำไรสุทธิงวดไตรมาส 2/2566 (ส.ค. – ก.ย. 2566) ที่ 495 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60% QoQ และเพิ่มขึ้น 1%YoY หนุนจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น 13% QoQ และเพิ่มขึ้น 5% YoY ตามการผลิตโคมไฟให้รถยนต์และจักรยานยนต์ Model ใหม่ๆ เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังรับรู้รายได้เงินปันผลจาก บริษัทร่วมเพิ่มขึ้นเป็น 127 ล้านบาท รวมถึงมีต้นทุนการดำเนินงานที่ลดลงพร้อมกันนี้คาดการณ์ผลการดำเนินงานช่วงครึ่งหลังของปี 2567 (ต.ค. 2566 – มี.ค. 2567) จะเติบโตได้ต่อเนื่องจากช่วงครึ่งแรกของปี 2567 ที่ผ่านมา เนื่องจากช่วงไตรมาส 4/2567 (ม.ค. – มี.ค. 2567) ของทุกปีจะมีปัจจัยหนุนจากคำสั่งผลิตสินค้าโมเดลใหม่ๆ เข้ามา รวมถึงยังมีต้นทุนพลังงานที่เริ่มปรับลดลง เบื้องต้นประมาณการณ์กำไรปกติทั้งปี 2567 ที่ 1,847 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6%YoYสามารถเติบโตได้ดีกว่าอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ที่คาดว่าจะลดลง 2% YoY โดยมีรถยนต์ใหม่ทั้งปี 2566 ที่เพียง 1.85 ล้านคัน จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 240 บาท ทั้งยังเป็นหุ้นที่มีอัตราการจ่ายเงินปันผลในอัตราที่สูงอีกด้วย

รีวิวหนัง Stand by Me
อ่าน

รีวิวหนัง Stand by Me

ในบรรดาหนังที่ดัดแปลงจากนิยายของ สตีเวน คิง มากมายเกือบร้อยเรื่อง มีหนังอยู่เรื่องหนึ่งที่ คิง ยอมรับว่าเขาชื่นชอบมากที่สุดคือหนังเรื่อง Stand by Me หนัง Coming of Age ทุนต่ำที่กำกับโดย ร๊อบ ไรเนอร์ (Misery , A Few Good Men) โดยดัดแปลงมาจากนิยายเรื่องสั้นที่มีชื่อว่า The BodyStand by Me ว่าด้วยเรื่องราวของเด็กชายวัย 12 ปี สี่คนที่อยู่ในเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่มีชื่อว่า แคสเซิลร๊อค ซึ่งเด็กทั้งสี่คนนี้ต่างก็มีบาดแผลในใจ โดยเฉพาะเรื่องครอบครัวและสังคมที่ไม่ค่อยจะยอมรับเท่าไหร่นัก จนกระทั่งพวกเขาได้รู้ข่าวมาว่ามีรถไฟชนเด็กคนหนึ่งกระเด็กตกลงไปตายในป่า ที่ยังไม่มีใครพบศพเด็กคนนั้น เพื่อเป็นการพิสูจน์ตัวเอง และอยากเป็นที่โด่งดัง เป็นที่ยอมรับในสังคม เด็กชายทั้งสี่จึงพากันออกเดินทางเพื่อไปหาศพของเด็กคนนั้นหากไม่นับ IT หนังเรื่อง Stand by Me ก็เรียกได้ว่าเป็นหนัง Coming of Age ที่ดีที่สุดในผลงานของ คิง ก็ว่าได้ แถมมันยังเป็น Coming of Age ที่ไม่เหมือนใคร เพราะเมื่อมันเป็นผลงานการประพันธ์ของเจ้าพ่อนิยายสยองขวัญ การผ่านพ้นวัยของตัวละครแทนที่จะเป็นเรื่องความรัก เรื่องครอบครัว เป็น subject หลักเหมือนเรื่องอื่น ๆ แต่หนังเรื่องนี้กลับพูดถึงการเดินทางเพื่อไปดู ‘ศพคนตาย’ ของเด็กๆ แทน แต่หนังก็เต็มไปด้วยอารมณ์ของการผจญภัย เรื่องราวของมิตรภาพ และการพิสูจน์ตัวเองนี้เป็นหนังที่ค่อนข้างมีโทนเรื่องสดใสที่สุดในบรรดาผลงานของ คิง เลยก็ว่าได้ ทั้งยังเป็นอีกเรื่องที่แทบจะไม่มีเรื่องราวเหนือธรรมชาติใด ๆ อยู่ในหนัง ที่น่าชื่นชมคงไม่ใช่ คิง เพียงคนเดียว แต่ต้องชื่นชมผู้กำกับอย่าง ร๊อบ ไรเนอร์ และบรรดานักแสดงนำทั้งสี่ ที่ต่างสามารถถ่ายทอดบทบาทของความเป็นเด็กประถมออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ ตั้งแต่พล็อตเรื่อง บทหนัง และการแสดงของบรรดานักแสดงนำที่มีเคมีที่เข้ากันจนเรารู้สึกรักตัวละครทั้งสี่ได้ไม่ยากแต่กระนั้นหนังก็ยังเต็มไปด้วยองค์ประกอบเดิมๆ ของหนัง Coming of Age ที่ราวกับว่าเป็นกฎข้อบังคับตายตัวของหนังเรื่องนี้ อย่างแรกคือ ปมปัญหาของตัวละครที่ก็ยังเป็นเรื่องครอบครัวที่ตอนแรกหนังปูมาค่อนข้างน่าสนใจแต่น่าเสียดายที่หนังเอาประเด็นนี้มาเล่าแบบไม่สุดเท่าที่ควรมันเลยทำให้จุดนี้เหมือนเป็นตัวสร้างความดราม่าให้หนังเป็นช่วง ๆ แต่หนังก็ทำดราม่าแต่ละฉากออกมาได้ซาบซึ้งไม่น้อย อีกสิ่งที่เป็นจุดขายของหนังแนวนี้แทบทุกเรื่องคือเพลงประกอบที่นำเพลงที่โดดเด่น ๆ ในยุค 50-60s. ที่เชื่อว่าหลายๆ คนต้องเคยได้ยินผ่านๆ หูมาบ้างอย่างแน่นอนรวม ๆ แล้ว Stand by Me อาจจะไม่ใช่หนัง Coming of Age ที่ดีที่สุด แต่ด้วยความเป็นธรรมชาติของเนื้อหา และแง่คิดที่คนดูได้เรียนรู้ไปพร้อมกับตัวละคร มันทำให้หนังเรื่องนี้มักถูกหยิบยกมาพูดถึงอยู่บ่อยๆ หากพูดถึงหนังก้าวผ่านพ้นวัย ทั้งยังเป็นอีกหนึ่งผลงานตัวท้อปที่แฟนหนัง สตีเวน คิง ใม่ควรพลาด  Cr.รูปภาพจาก https://www.facebook.com/TheGreenMileOfficial/ ลิ้งต้นฉบับบทความ https://www.facebook.com/IWatchmoviesalot/photos/a.1596498853757092/1587513451322299/?type=3theaterสามารถติดตามอ่านรีวิวหนัง และข่าวสารหนัง เพิ่มเติมได้ที่(เพจของผู้เขียน) https://www.facebook.com/IWatchmoviesalot

โดราเอมอนกลับมาแล้ว! ใน STAND BY ME DORAEMON 2 โดราเอมอน เพื่อนกันตลอดไป 2
อ่าน

โดราเอมอนกลับมาแล้ว! ใน STAND BY ME DORAEMON 2 โดราเอมอน เพื่อนกันตลอดไป 2

   เตรียมผ้าเช็ดหน้าให้พร้อมเพราะงานนี้อาจมีคนเสียน้ำตา เรื่องราวความวุ่นวายของหุ่นยนต์แมวสีฟ้าโดราเอมอนและโนบิตะกำลังจะกลับมาอีกครั้งใน STAND BY ME DORAEMON 2 หรือ โดราเอมอน เพื่อนกันตลอดไป 2 สุดยอดการ์ตูนที่อยู่คู่กับเด็ก ๆ มาอย่างยาวนานจนในที่สุดก็ถูกนำมาสร้างเป็นอนิเมชันสามมิติในปี 2014 ที่ผ่านมา แล้วในปีนี้โดราเอมอนครบรอบ 50 ปีทั้งทีจะมีความพิเศษแบบไหนรอพวกเราอยู่กันนะ   โดราเอมอนกลับมาอีกครั้งให้แฟน ๆ ได้หายคิดถึงกับ STAND BY ME DORAEMON 2 (โดราเอมอน เพื่อนกันตลอดไป 2) ซึ่งในครั้งนี้เป็นการรวมเอาตอนต่าง ๆ จากโดราเอมอนตอนสั้น เช่น ตอนความทรงจำของคุณย่า, ตอนวันที่ผมเกิด นำกลับมาสร้างใหม่ให้กลายเป็นเรื่องราวสุดประทับใจ จากผลงานต้นฉบับของคุณ ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ โดยได้ผู้กำกับฝีมือดีอย่างคุณ ทาคาชิ ยามาซากิ และคุณ ริวอิจิ ยางิ กลับมารับหน้าที่กำกับอีกครั้ง เดิมที STAND BY ME DORAEMON 2 นั้นมีกำหนดฉายในวันที่ 7 สิงหาคม 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่นแต่แล้วในวันที่ 19 มีนาคม 2020 ก็มีการประกาศเลื่อนวันเข้าฉายภาพยนตร์เป็นไม่มีกำหนดจนกระทั่งวันที่ 7 ตุลาคม 2020 จึงได้ปล่อยตัวอย่างเต็มออกมาให้แฟน ๆ ได้ชมพร้อมกับประกาศกำหนดการฉายใหม่เป็นวันที่ 20 พฤศจิกายน 2020ส่วนทางประเทศไทยเองก็มีการแถลงข่าวและเปิดตัวภาพยนตร์อย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2021 รวมถึงปล่อยคลิปตัวอย่างเสียงพากย์ไทยออกมา เผยให้เห็นเรื่องราวของโนบิตะในวัยหนุ่มที่กำลังจะแต่งงาน แต่ทว่าโนบิตะกลับหนีหายไปจากงานแต่งเสียอย่างนั้นและเพื่อทำความปรารถนาของคุณย่าของโนบิตะให้เป็นจริงโนบิตะจึงใช้ไทม์แมชชีนข้ามเวลามายังอนาคตแล้วพบกับโนบิตะวัยหนุ่มตัวละครหลักโดราเอมอน พากย์เสียงญี่ปุ่นโดย วาซาบิ มิซึตะ และพากย์เสียงไทยโดย ฉันทนา ธาราจันทร์โนบิ โนบิตะ พากย์เสียงญี่ปุ่นโดย เมะกุมิ โอฮาระ และพากย์เสียงไทยโดย ศันสนีย์ วัฒนานุกูลมินาโมโตะ ชิซุกะ พากย์เสียงญี่ปุ่นโดย ยูมิ คาคาซึ และพากย์เสียงไทยโดย ศรีอาภา เรือนนาคไจแอนท์ พากย์เสียงญี่ปุ่นโดย ซูบารุ คิมุระ และพากย์เสียงไทยโดย นิรันดร์ บุญยรัตพันธุ์โฮเนคาว่า ซึเนโอะ พากย์เสียงญี่ปุ่นโดย โทโมคะซึ เซกิ และพากย์เสียงไทยโดย อรุณี นันทิวาส   นอกจากนี้ยังมีการเปิดฉายรอบพิเศษตั้งแต่วันที่ 1-5 เมษายน และกำหนดฉายจริงในวันที่ 6 เมษายน 2021 ที่จะถึงนี้เพื่อน ๆ คนไหนที่เป็นแฟนคลับโดราเอมอนก็อย่าลืมไปติดตามชม STAND BY ME DORAEMON 2 (โดราเอมอน เพื่อนกันตลอดไป 2) กันได้ที่โรงภาพยนตร์นะคะ ซึ่งจากที่เคยชมมาแล้วหลายต่อหลายภาคบอกเลยว่าไม่มีผิดหวังและหวังว่าภาคนี้ก็คงจะสนุกไม่แพ้ภาคก่อน ๆ เช่นกัน ต้องรอติดตามค่ะ  ติดตามบทความอื่นของ JuniVivy -Fluorite Eye's Song- อนิเมะใหม่จาก WIT Studio ผู้สร้างเดียวกันกับ Attack on Titanมังกรเมดกลับมาแล้วจ้าเปิดตัวซีซัน 2 ในชื่อ Kobayashi-san Chi no Maid Dragon SHorimiya สาวมั่นกับนายมืดมน อนิเมะแนวโรแมนติกคอมเมดี้ รักใส ๆ ในวัยเรียนแนะนำอนิเมะใหม่ Musho Tensei เกิดชาตินี้พี่ต้องเทพ ขึ้นเทรนด์อันดับที่ 3!!มาเรียนรู้สำนวนจีนจาก นิยายปรมาจารย์ลัทธิมาร กันเถอะKai Byoui Ramune คุณหมอประหลาด รามุเนะ อนิเมะแนวคอมเมดี้ที่จะพาคุณไปพบกับโรคประหลาดขอบคุณภาพหน้าปก : Twitter official doraemon และตกแต่งโดย canvaภาพประกอบจาก Twitter official doraemon : ภาพที่ 1, ภาพที่ 2, ภาพที่ 8ภาพประกอบจากแฟนเพจ Facebook M Pictures : ภาพที่ 3, ภาพที่ 4, ภาพที่ 5, ภาพที่ 6, ภาพที่ 7จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !

STAND BY ME DORAEMON 2 REVIEW
อ่าน

STAND BY ME DORAEMON 2 REVIEW

                                                             โดราเอม่อน และหัวใจอันใสสะอาดของโนบิตะ           หุ่นยนต์แมวอ้วนสีฟ้า นามว่า โดราเอม่อน จากปลายปากกาของนักเขียนการ์ตูนชาวญี่ปุ่น  มิสเตอร์ ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ ฉบับมังงะอยู่คู่กับนักอ่านการ์ตูนทั่วโลกเป็นระยะเวลาผ่านมาถึง 50 ปี ซึ่งการ์ตูนเรื่องนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าอายุของแฟนการ์ตูนหลายท่าน นอกจากนี้แฟนการ์ตูนยุคใหม่หลาย ๆ ท่านยังมิได้ติดตามผลงานมากนัก เนื่องจาก มังงะยุคปัจจุบัน เช่น วันพีช ดาบพิฆาตอสูร เข้ามาทดแทน ด้วยเนื้อหาที่เข้มข้นร่วมสมัย ตัวละครหลากหลาย ความจริงจังของบท ฉากแอคชั่นขั้นเทพ ถึงขั้นต้องนำสร้างในฉบับภาพยนตร์ และฉายในโรงหนังระบบที่จัดว่าดีที่สุดระบบหนึ่งอย่าง IMAX              STAND BY ME Doraemon 2 ปรับเปลี่ยนจากการ์ตูน 2 มิติ มาเป็นการ์ตูน 3 มิติ เช่นเดียวกันภาคแรกในชื่อเดียวกันนี้ รูปแบบการนำเสนอที่หลายท่านอาจจะไม่ได้คุ้นเคยหากไม่ได้ผ่านการรับชมจากภาคแรก เนื่องจากยุคปัจจุบันเทคโนโลยีการสร้างภาพยนตร์พัฒนามากขึ้น การนำเสนอมุมมองที่มีมิติสามารถดึงความรู้สึกของคนดูให้เหมือนเข้าไปนั่งอยู่ข้าง ๆ ตัวละครที่กำลังโลดแล่นบนแผ่นฟิล์มอย่างน่าอัศจรรย์               ภาพยนตร์นำเสนอเรื่องราวของ ด.ช. โนบิ โนบิตะ และเพื่อนรักอย่างโดราเอม่อน พร้อมทั้งพองเพื่อนจากในอดีตเช่นเดิม เนื้อเรื่องยังคงเดินทางด้วยแบบฉบับเหมือนที่ผ่านมา หาได้มีอะไรที่แปลกใหม่หรือจุดดึงดูดพิเศษที่จะสามารถเรียกคนดูกลุ่มใหม่ ๆ นอกเหนือจากแฟนการ์ตูนรุ่นเก่าไม่ แต่เป็นการนำเสนอด้วยจุดแข็งของการ์ตูนชุดนี้เอง พร้อมในแนวทางที่เป็นมาตลอดตั้งแต่อดีต เพียงแต่ผสมผสานความร่วมสมัยให้ทันยุคปัจจุบันเพียงเท่านั้น               ภาพยนตร์หยิบยกความสัมพันธ์ของคำว่าเพื่อนมาใช้ได้เฉียบคมเสมอ สำหรับการ์ตูนโดราเอม่อน หากเรามองย้อนไปในอดีต การ์ตูนที่ตัวเอกเป็นเด็กขี้แย เรียนไม่เก่ง ไม่กล้าสู้คน ไม่มีอะไรที่เป็นจุดเด่น ไม่มีจุดแข็งใด ๆ นามว่า โนบิ โนบิตะ และแวดล้อมด้วยเพื่อนจอมเกเรอย่าง ไจแอนท์ ผู้มีร่างกายอันอ้วนท้วนและแข็งแรง ประกอบกับตัวแสบหรือลิ่วล้อที่เกิดมาบนกองเงินกองทองอย่างเด็กชายผอมกะหร่อง ปากแหลม อย่าง ซูเนโอะ แถมยังมีสาวน้อยน่ารักจิตใจงดงามอย่าง ชิซูกะ เข้ามาสร้างความแตกต่างให้กับกลุ่มเพื่อนชายล้วน ปัจจัยเหล่านี้คือพื้นฐานของตัวละครหลัก ซึ่งผู้เขียนได้เนรมิตตัวละครสำคัญที่นั่งอยู่ในหัวใจเด็ก ๆ หลายคนมาจนถึงทุกวันนี้ กับหุ่นยนต์แห่งโลกอนาคต นามว่า โดราเอม่อน เพื่อนำพาโครงเรื่องทั้งหมดเดินทางมาตลอดระยะเวลา 50 ปี                ภาพยนตร์มีประเด็นที่สามารถสัมผัสถึงจิตใจผู้ชมหลายด้าน ขอเริ่มต้นด้วยประเด็นคำว่า ครอบครัว การนำเสนอวัฒนธรรมภายในครอบครัวหนึ่ง ซึ่ง คุณพ่อทำงานออฟฟิศ คุณแม่เป็นเพียงแม่บ้าน มีคุณย่าพักอาศัยในบ้านร่วมกันทั้งหมด ทุกคนต่างตั้งความหวังกับลูกชายคนแรก คาดหวังว่าลูกชายคนนี้จะเป็นอนาคตของครอบครัว เป็นลูกที่ดี เรียนหนังสือเก่ง สามารถเล่นกีฬาเก่ง เป็นนักวิชาการ เป็นนักกีฬา หรือเป็นอะไรก็ได้ที่สร้างประโยชน์ให้กับสังคม สิ่งเหล่านี้เป็นพื้นฐานของทุกครอบครัว ที่แสดงออกมาในลักษณะการเคี่ยวเข็ญให้โนบิตะตั้งใจเรียนหนังสือของผู้เป็นแม่  หรือความคิดของผู้เป็นพ่อที่มีนัยยะจากความหมายของชื่อตัวละครเอก โนบิ โนบิตะ ซึ่งมีความหมายตามสิ่งที่ผู้เป็นพ่อได้คาดหวังไว้ตั้งแต่ยังบุตรของตนยังไม่ได้กำเนิดหรือลืมตามองโลกใบนี้ พร้อมทั้งนำเสนอความคิดของตัวเอกในฐานะลูกชายที่อายุยังน้อย และมีคำถามในใจมากมาย ถึงขั้นที่คิดว่าตัวเองใช้ลูกของบ้านหลังนี้หรือไม่ การมองต่างมุมของพ่อแม่ และลูก ยังเป็นปัญหาสำหรับทุกครอบครัวในอดีตและยิ่งขัดแย้งมากขึ้นในยุคปัจจุบัน เพียงแต่ความอบอุ่น และพื้นฐานของความรักในครอบครัวของโนบิตะ เป็นสายสัมพันธ์ให้ทุกตัวละครผูกพันธ์และสามารถผ่านพ้นปัญหาต่าง ๆ มาด้วยดีเสมอมา                   การนำเสนอคำว่า เพื่อน หรือภาคภาษาไทยที่จะเน้นคำว่า เพื่อนกันตลอดไป เป็นอีกหัวใจชูโรงสำหรับการ์ตูนชุดนี้ เนื่องจากการผจญภัยเกือบทั้งเป็นของตัวละครหลัก 5 คน ประกอบด้วย โดราเอม่อน     โนบิตะ ไจแอนด์ ซูนิโอะ และชิซูกะ นั่นเอง การหยิบยกความขัดแย้ง การกลั่นแกล้งกันของเด็กตามอายุเป็นเรื่องปกติที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เนื่องจากความไร้เดียงสาของเด็ก หาใช่เจตนาร้าย เฉกเช่นปัจจุบัน ที่ถึงขั้นนำคำว่า บูลลี่ ซึ่งมีความก้าวร้าวอย่างมาก เด็กก็คือเด็กแกล้งกันก็แค่ร้องไห้ แค่บาดเจ็บเล็กน้อย หาได้เจตนาทำร้ายร่างกาย หรือทำร้ายจิตใจกันจนถึงขั้นให้ไม่สามารถดำเนินชีวิตในสังคมได้ สิ่งนี้ถือเป็นเรื่องเลวร้ายอย่างมาก และไม่สมควรที่สังคมจะมองข้ามปัญหาเช่นนี้                   สำหรับบทสรุปของคำว่า เพื่อนกันตลอดไป ภาพยนตร์ได้ถ่ายทอดมาในบทสรุปทุกครั้งของภาคเดอะมูฟวี่ การผจญภัย การพบเจอสถานการณ์ที่ทุกคนต้องช่วยเหลือกันและกัน เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ภาพยนตร์ตั้งใจจะสอดแทรกให้ผู้ชมเข้าใจความหมายของคำว่า เพื่อนแท้ ที่พร้อมจะเสียสละ พร้อมจะช่วยเหลือ พร้อมจะเติบโตไปด้วยกัน ถึงแม้จะมีปัญหาขัดแย้งกันก็จะไม่ทิ้งกันตลอดไป               คนที่รักเรา ถูกหยิบยกขึ้นในภาพยนตร์ในภาคล่าสุดนี้ ปัจจุบันในวันที่เราเติบโตขึ้น จนกระทั่งสามารถก้าวเท้าออกจากบ้านด้วยตนเองในแต่ละวัน เราอาจจะไปเรียนหนังสือที่มีเพื่อนร่วมชั้นมากมาย เราอาจจะออกมาทำงานโดยมีเพื่อนร่วมงานหลากหลายแผนก เราอาจจะมีเวลาอาหารและพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวในแต่ละวันกับผู้คนในสังคมที่เราอาศัยอยู่ แต่ยิ่งเราเติบโตขึ้นมากเท่าไหร่ เวลาของคนที่รักเราที่บ้านย่อมน้อยลงตามไปด้วย นอกเหนือจากคำว่าพ่อและแม่ ภาพยนตร์นำเสนอความรักของคุณย่า ที่มีต่อหลาน ในรูปแบบที่จับต้องได้ มันเป็นพื้นฐานของผู้สูงอายุที่ต้องการเพียงแค่เห็นลูกหลานมีอนาคตที่ดี มีครอบครัวที่ดี เพียงแค่ต้องการจะอยู่กับลูกหลานให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ พร้อมทั้งนำเสนอความเชื่อใจ และเชื่อมั่นในตัวหลานของตน เนื้อเรื่องบางฉากมีความต้องการใช้ตัวละครเอก โนบิตะ เป็นสัญลักษณ์การแสดงของพฤติกรรมของเด็กรุ่นใหม่ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อจิตใจของคนในครอบครัวโดยตรง และต้องการนำเสนอให้                เด็กรุ่นใหม่มองย้อนผลลัพธ์การกระทำในอดีตที่เคยทำให้พ่อ ให้แม่ หรือให้ญาติผู้ใหญ่ผิดหวัง เสียใจ แต่ด้วยเหตุใด ท่านทั้งหลายเหล่านั้นยังคงรักและยังอยู่กับพวกเรามาโดยตลอด ภาพยนตร์นำเสนอบทสรุปได้จริงใจ งดงาม และตรงประเด็นอย่างมาก สำหรับฉากสุดท้ายที่มองผ่านนัยน์ตาของโนบิตะในฐานะเจ้าบ่าว หากผู้ชมไม่ได้มีจิตใจที่แข็งกระด้าง ไม่ได้เป็นเรื่องแปลกหากจะมีสายน้ำเล็ก ๆ จากนัยน์ตาของท่านค่อย ๆ ไหลรินผ่านแก้มทั้งสองข้างและหยดลงบนเบาะที่ท่านนั่ง ถึงแม้ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศในโรงภาพยนตร์จะมีอุณหภูมิต่ำเพียงใด ก็ไม่สามารถทำให้ความอบอุ่นของทุกตัวละครในจอภาพยนตร์เหน็บหนาวตามไปด้วย                คนที่เรารัก ภาพยนตร์ชุดนี้เติบโตมากับตัวละครหลัก จนถึงวันที่ตัวละครในวัยเด็กได้เติบโตสู่วันทำงาน และต้องตัดสินใจสร้างครอบครัว โนบิตะ และ ชิซูกะ เป็นสองตัวละครหลักตั้งแต่วันแรกที่การ์ตูนชุดนี้ออกสู่สาธารณชน จนถึงปัจจุบันยังไม่มีตัวละครหญิงใด ๆ จะมาสอดแทรกความเป็นนางเอกของชิซูกะได้                ชิซูกะ เด็กผู้หญิงน่ารักมาก ๆ ที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนในจิตใจ การมองโลกในแง่ดี แต่มีความเข็มแข็งอย่างมากในสถานการณ์ที่จำเป็น และต้องประสบเจอกับปัญหาที่ต้องแก้ไข เติบโตมาด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจชายคนนึง และศรัทธาในความรักที่ตนมีให้ชายคนนั้น แบบไม่มีเงื่อนไขใด ๆ เธอพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างเขา เธอพร้อมที่จะเดินทางร่วมทางไปกับเขา เธอพร้อมจะฝ่าฝันทุกปัญหาที่จะผ่านเข้ามาโดยไม่ปล่อยมือจากเขา เพราะเธอใช้หัวใจของเธอสัมผัสหัวใจของเขามากกว่าใช้รูปลักษณ์ภายนอกเป็นปัจจัยที่ทำให้เธอตัดสินใจเลือกหรือไม่เลือกเขา ซึ่งต่างจากผู้หญิงยุคปัจจุบัน เรื่องของหัวใจสำคัญก็จริง เพียงแต่การตัดสินใจหาใช่การใช้หัวใจนำทางเพียงอย่างเดียว คำว่าใช้สมองเป็นสิ่งจำเป็น หากผู้หญิงคนนึงจะตัดสินใจเลือกใครซักคน ต้องมองถึงอนาคตของตัวเองไปพร้อม ๆ กัน บริบททางสังคมตรงนี้ส่งผลให้คำว่า รักแท้ ในยุคปัจจุบัน ค่อย ๆ เลือนหายไปตามกาลเวลา               การกระทำบางอย่างของ โนบิตะ ด้วยเหตุผลที่มองว่าตัวเองไม่ดีพอสำหรับ ชิซูกะ เป็นการนำเสนอความรับผิดชอบของผู้ชายคนนึงในวันที่ต้องตัดสินใจเป็นหัวหน้าครอบครัว ต้องตัดสินใจที่จะดูแลใครซักคนไปตลอดชีวิต ซึ่งในความคิดของ โนบิตะ หากเรายังไม่ดีพอ หากเรายังไม่แน่ใจในความสามารถของตัวเอง และยังไม่เชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองเป็น เราก็ยังไม่สามารถจูงมือเธอคนนั้นเข้าประตูวิวาห์ได้ ต่างจากโลกยุคปัจจุบัน ซึ่งการตัดสินใจเพียงชั่วข้ามคืน การตัดสินใจเพียงแค่ความพึงพอใจของคนสองคน หากโชคดีก็สามารถเดินต่อไปกันได้ตลอด หากโชคร้ายทุกความสัมพันธ์ก็มีความจำเป็นต้องยุติ ความรักไม่มีคำตอบที่ชัดเจนเสมอไป บางคนใช้เวลาทั้งชีวิต บางคนใช้เวลาไม่กี่นาที ในการตัดสินใจ และผลลัพธ์ที่ออกมา ก็ไม่สามารถหยิบยกคู่ใดที่จะเป็นบรรทัดฐานให้คู่อื่นได้เช่นกัน                ฉากสายรุ้งภายหลังสายฝนจากภาพยนตร์ และประโยคคำพูดอันเรียบง่ายของ โนบิ โนบิตะ ได้ตอบโจทก์ทั้งหมดในจิตใจของผู้ชายคนนึง ที่รักผู้หญิงคนนึง อย่างหมดหัวใจ และเป็นภาพที่จะตราตรึงในความรู้สึกของผู้ชมไปตลอดสำหรับการ์ตูนชุดนี้                ความทรงจำ มนุษย์ทุกคนมีความทรงจำที่ดี และไม่ดี ผสมปนเปกันไป เพราะชีวิตไม่มีคำว่าสมบูรณ์แบบตลอดเวลา ชีวิตของ โนบิ โนบิตะ ก็เช่นเดียวกัน เพียงแต่ตัวเอกของเรื่องเลือกที่จะจดจำความสัมพันธ์ที่ดี ระหว่างเพื่อน เลือกที่จะจดจำความอบอุ่นของคนในครอบครัว ความทรงจำเหล่านี้เป็นสิ่งมีที่ค่า เป็นสิ่งที่จะผลักดันตัวของเรา ในวันที่เราท้อแท้ ในวันที่มีปัญหามากมายผ่านเข้ามาในชีวิต ภาพยนตร์นำเสนอการเก็บรักษาความทรงจำได้อย่างประณีต ถึงแม้จะไม่ได้ลุ่มลึกถึงก้นบึ้งของจิตใจก็ตาม สำหรับการกระทำของตัวละครได้สอนให้ผู้ชมหวงแหนความทรงจำที่ผ่านมา ความทรงจำที่ดี เราสามารถคิดถึงมันได้บ่อย ๆ เพราะมันคือกำลังใจที่ทำให้เราลุกขึ้นยืนในวันที่ท้อแท้ ทำให้เรามีความสุขจากภายในกับวันที่แสนเงียบเหงา ทำให้หัวใจเรายิ้มได้หากคิดถึงใครซักคนที่เขาไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้ และเช่นเดียวกัน ความทรงจำที่แย่ ๆ คือสิ่งที่เรานำมาเรียนรู้ และเป็นบทเรียนในการก้าวเดินไปข้างหน้า โดยไม่จำเป็นที่จะต้องคิดถึงมัน พร้อมทั้งสามารถปล่อยมันออกจากไปจากความคิดของเราได้ ในวันที่เราได้แก้ไขด้วยการกระทำในอนาคตของเราแล้ว                การไม่ทิ้งอดีต ก็ไม่สามารถเริ่มต้นอนาคต เป็นประโยคที่มีนัยยะในตัวเองอย่างชัดเจน ผู้คนมากมายยังยึดติดกับอดีต แต่ก็อยากมีอนาคตในเวลาเดียวกัน บางคนยังไม่ปล่อยอดีต แต่ก็คาดหวังว่าอนาคตจะมาลบล้างอดีต หากมองภาพที่ชัดเจน อดีตมันผ่านมาแล้ว ก็ปล่อยให้มันผ่านไป ไม่มีใครกลับไปแก้ไขอดีตได้ ถึงแม้การมี ไทม์แมชชีน ของวิเศษจากระเป๋าโดราเอมอน ตัวละครยังไม่สามารถแก้ไขทุกความผิดพลาดในอดีตได้เสมอไป ดังนั้นเพียงแค่เราตั้งใจทำทุกอย่างอนาคตให้ดีก็พอ อย่ากลัวที่จะปล่อยวาง อย่ากลัวที่จะก้าวเดิน และอย่ากลัวอนาคตที่ยังมาไม่ถึง สิ่งที่น่ากลัวที่สุด คือ ใจของตัวเราเอง เฉกเช่น โนบิ โนบิตะ เด็กขี้แย ที่พึ่งพาโดราเอม่อนมาตลอดระยะเวลา 50 ปี ในวันที่ชีวิตต้องตัดสินใจเลือกเดินด้วยตัวเอง เขาต้องยอมปล่อยเพื่อนรักที่ดีที่สุดให้ออกจากชีวิตเขาไป เขาต้องตัดสินใจเลือกคนที่เขารัก เลือกที่จะเป็นผู้ชายที่มีความเข้มแข็งพอและสามารถดูแล ชิซูกะ คนนี้ให้มีความสุขที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ เขายังคงรักษามิตรภาพและคำว่าเพื่อนกันตลอดไป เพราะไจแอนท์ และซูนิโอะ ยังคงเป็นเพื่อนที่ดีและเติบโตด้วยกันมาถึงปัจจุบัน นอกจากนี้สิ่งสุดท้ายที่ โนบิ โนบิตะ ไม่เคยหลงลืม ครอบครัว คือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเขาเสมอมา เพราะครอบครัวคือหัวใจสำคัญที่ส่งเสริมและสั่งสอนให้เขาเติบโตเป็นผู้ชายที่ดี และพร้อมจะสร้างอนาคตที่ดีร่วมกับเจ้าสาวในชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์ที่ยืนอยู่เคียงข้างเขาตั้งแต่ 3 ขวบจวบจนปัจจุบัน..           บทสรุปของ STAND BY ME Doraemon 2 ถึงแม้จะไม่ถึงกับเป็นภาพยนตร์อนิเมชั่นที่ตราตรึงใจในระดับ Master Piece แต่ยังคงอยู่ในมาตรฐานการ์ตูนเชิงสร้างสรรค์ นำเสนอเนื้อเรื่องได้อย่างเฉียบคมตามยุคสมัยปัจจุบัน ระยะเวลาตลอด 50 ปีที่ผ่านมา กาลเวลาได้เดินทางอย่างรวดเร็วมาจนถึงบทสรุป วันนี้คงถึงเวลาที่ต้องปิดตายลิ้นชักโต๊ะทำการบ้านของ ด.ช.โนบิ โนบิตะ พร้อม ๆ กับปิดสวิตช์เครื่องไทม์แมชชีน เพราะไม่มีอดีตที่จำเป็นต้องแก้ไข เพราะนับจากนี้ไปอนาคตคือสิ่งที่เราสามารถสร้างด้วยสองมือของตัวเราเอง โบกมือลาละนะเจ้าเพื่อนยากที่อยู่ด้วยกันมานานแสนนาน ทานุกิ ตัวสีฟ้า โดราเอม่อน...            Four Pitures From Public Domain Major Cineplex Group For Promote The Movieขอบคุณรูปภาพหน้าปก https://doraemon-3d.com/pc.htmlรูปภาพประกอบที่ 1 และ 2  『STAND BY ME ドラえもん 2』スペシャルPV ~菅田将暉「虹」ver.~รูปภาพประกอบที่ 3 STAND BY ME 2 DORAEMON (Official Trailer 2) - Exclusively at GSCinemas 5 March 2021จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !

ประวัติ นาอินอู (Na In-woo) นักแสดงซีรีส์ Marry My Husband
อ่าน

ประวัติ นาอินอู (Na In-woo) นักแสดงซีรีส์ Marry My Husband

ประวัติ นาอินอู (Na In-woo) นาอินอู (Na In-woo) นักแสดงชายชาวเกาหลี เกิดวันที่ 17 กันยายน ค.ศ. 1994 นาอินอูเปิดตัวครั้งแรกในฐานะนักแสดงละครเพลงเรื่อง Bachelor's Vegetable Store ต่อมาในปีค.ศ. 2014 เขาก็ได้ปรากฏตัวในซีรีส์เรื่อง Glorious Day ต่อมานาอินอูก็ได้เปิดตัวในฐานะนักแสดงอย่างเป็นทางการกับซีรีส์เรื่อง Shine or Go Crazy ตามด้วยซีรีส์เรื่อง My Mom เขาได้รับการแสดงชื่อเข้าชิงรางวัล MBC Drama Awards สาขา Best New Actor ในปีค.ศ. 2015 นาอินอูได้มีโอกาสแสดงภาพยนตร์ครั้งแรกเรื่อง Twenty ประวัติ นาอินอู (Na In-woo) ในปีค.ศ. 2020 นาอินอู (Na In-woo) ได้ร่วมแสดงในซีรีส์เรื่อง Mystic Pop-up Bar ในปีเดียวกันเขายังได้ร่วมแสดงในซีรีส์เรื่อง Mr. Queen ซีรีส์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก กลายเป็นซีรีส์ที่มีเรตติ้งสูงสุดอันดับที่ 7 ในประวัติศาสตร์ทีวีของเกาหลี ทำให้เขาโด่งดังไปทั่วโลก ผลงานการแสดง ภาพยนตร์ ปีค.ศ. 2015 Shine or Go Crazy รับบท Se Won My Love Eun Dong รับบท Choi Jae Ho Mom รับบท Park Dae Ryong ปีค.ศ. 2016 Spark รับบท Yoon Ga On Cinderella and the Four Knights รับบท Joon Soo Golden Pouch รับบท Yoon Ji Sang ปีค.ศ. 2018 It's Okay to Be Sensitive รับบท Ji Ho ปีค.ศ. 2019 Best Chicken รับบท Lee Jin Sang Home for Summer รับบท Jang Won Joon Unasked Family รับบท Nam I Nam Yeonnam Family รับบท Yoo Gwon ปีค.ศ. 2020 Mystic Pop-Up Bar รับบท Kim Won Hyung Mr. Queen รับบท Kim Byung In ปีค.ศ. 2021 River Where the Moon Rises รับบท On Dal At a Distance, Spring Is Green รับบท Yeo Joon Wan Her Bucket List รับบท Kang Han Sol ปีค.ศ. 2022 Cleaning Up รับบท Lee Doo Yeong Jinxed at First รับบท Gong Soo Kwang / Go Myung Sung The Golden Spoon รับบท Han Sung Hoon ปีค.ศ. 2023 Longing for You รับบท Oh Jin Seong ปีค.ศ. 2024 Marry My Husband รับบท Yoo Ji Hyuk TBA See You After Work รับบท Han Sung Joon รายการทีวีโชว์ ปีค.ศ. 2022 2 Days 1 Night Season 4 เว็บซีรีส์ ปีค.ศ. 2016 Spark รับบท Yoon Ga-on ปีค.ศ. 2018 It's Okay to be Sensitive รับบท Park Ji-ho ปีค.ศ. 2021 Underground Heaven special appearance เว็บโชว์ ปีค.ศ. 2021 OUTNOW Unlimited ละครเพลง ปีค.ศ. 2013 - 2014 Bachelor's Vegetable Store รับบท Son Ji-hwan รางวัลที่เคยได้รับ ปีค.ศ. 2021 Asia Artist Awards สาขา New Wave Award Actor KBS Drama Awards สาขา Best New Actor KBS Drama Awards สาขา Best Couple Award K-Model Awards with AMF GLOBAL สาขา Popular Culture Popularity Award - Actor ไอจีนาอินอู (Na In-woo) @10042n00 https://www.instagram.com/10042n00/ อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ซีรีส์เกาหลี Cleaning Up ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม 10042n00

Mikka Coffee Stand สุดชิคย่านพัฒนาการ
อ่าน

Mikka Coffee Stand สุดชิคย่านพัฒนาการ

คาเฟ่สไตล์มินิมอลย่านพัฒนาการ จะนั่งชิล หรือนั่งชิค ต้อง Mikka Coffee Stand Mikka Coffee Stand Mikka Coffee Stand จะเป็นคาเฟ่เล็กๆน่ารัก มินิมอล สไตล์ญี่ปุ่น ตกแต่งเน้นเป็นไม้และโทนสีขาวทำให้ดูสบายตา ร้านจะเป็นแบบ Coffee Stand มีที่นั่งในร้านเป็นมุมเล็กๆให้นั่งทาน นั่งรอ ประมาณ 5-6 คน ทางร้านจึงเน้นบริการแบบ Grab & Go เนื่องจากร้านมีสไตล์การตกแต่งที่น่ารัก โดดเด่น ขับผ่านเลยทำให้ต้องลองแวะดูสักครั้ง พอไปถึงก็มีคนรอคิวอยู่จำนวนนึงอีกทั้งมีบริการจากแอพต่างๆมาใช้บริการมากมาย ทำให้เราต้องลอง พลาดไม่ได้แน่ๆว่าด้วยสาเหตุใดคนจึงให้ความสนใจขนาดนี้ ทางร้านมีพื้นที่สำหรับจอดรถอยู่ทางด้านข้างของร้าน รองรับได้ประมาณ 4-5คัน เป็นพื้นที่ในส่วนของที่พักที่เราสามารถเข้าไปจอดได้ พอจอดรถแล้วก็เดินมาถึงบริเวณร้านหากมองจากทางหน้าร้านเข้าไปทางขวามือจะเป็นในส่วนของพื้นที่นั่งรอจะเป็นพื้นที่ส่วนเล็กๆไว้ให้ลูกค้านั่งมีเก้าอี้ไม้ตัวเล็กๆ ประดับด้วยต้นไม้ดูเป็นธรรมชาติพร้อมกับแสงแดดอ่อนๆที่ส่องลงมา รองรับได้ประมาณ 5-6 คน แต่ก็ยังมีพื้นที่ให้ยืนรอบริเวณหน้าร้านได้อีกด้วย เมนูของทางร้านมีให้เลือกเยอะพอสมควร ทั้งเครื่องดื่มและของหวาน ในส่วนของเครื่องดื่มนั้น จะมีแค่เมนูเย็นกับร้อนเท่านั้นราคาจะอยู่ที่ 45 - 65 บาท Amber - อเมริกาโน่ 50 บาท Maito - ลาเต้ 55 บาท Blondie - คาปูชิโน่ 55 บาท Tan - เอสเพรสโซ่เย็น 55 บาท Mikka - เอสเพรสโซ่เย็น+น้ำผึ้ง 65 บาท (เมนูแนะนำ) Mocha - มอคค่า 65 บาท Milo - ไมโล 45 บาท Noir - โกโก้เย็น 55 บาท Brick - ชาไทย 55 บาท Honey - ชาน้ำผึ้ง มะนาว 45 บาท Barbie - นมเย็น 45 บาท Ruby - น้ำแดงโซดา 45 บาท เครื่องดื่มของทางร้านจะออกหวานมัน ถ้าใครชอบหวานน้อยก็คงต้องสั่งลดหวานส่วนตัวแล้วชอบหวานๆมันๆมาก ชื่นใจ อิอิในส่วนของราคานั้นไม่แพงเลยใช่ไหมล่ะ :) เมนูแนะนำของทางร้านจะเป็น Mikka กาแฟนมที่ผสมผสานความหอมหวานของน้ำผึ้งด้วยสูตรของทางร้าน ทำให้มีรสชาติหอมละมุนลิ้น ตัดกับความขมของกาแฟจนเกิดความลงตัว ทำให้เป็นเมนูแนะนำที่น่าสนใจและหากใครที่มาที่ร้านเป็นต้องสั่ง เพราะเป็นเมนูแนะนำที่ได้รับความนิยม จากความแปลกและความลงตัวกันระหว่างน้ำผึ้งและกาแฟ ทั้งหอมทั้งขมรสชาติเข้มข้นจนติดลิ้นกันเลยทีเดียว นอกจากเมนูแนะนำแล้วก็ยังมีเมนูอื่นๆที่น่าสนใจแต่เนื่องด้วยเราเป็นคนไม่กินกาแฟ ไม่สันทัดในเรื่องกาแฟสักเท่าไหร่ อิอิ แห้วต่อไปที่สั่งก็คือ โกโก้เย็น ก็เป็นตัวเลือกที่ดี รสชาติมีความเข้นข้นของโกโก้ติดหวานหน่อยๆ ขมปลายๆ เข้มข้นดี ดื่มแล้วชื่นใจแต่ถ้าหากใครชอบหวานก็สามารถบอกทางร้านให้เพิ่มหวานได้ เพราะโกโก้สูตรของทางร้านจะไม่ค่อยหวาน ติดไปทางเข้มๆขมๆหน่อยจากความข้นของโกโก้ มาถึงเมนูของหวาน ในแต่ละวันก็จะมีขนมหรือเค้กที่แตกต่างกันไปแล้วแต่ว่าวันไหนทางร้านจะนำเสนอเป็นเมนูอะไร แต่ที่เป็นของเด็ด เป็นเมนูแนะนำของทางร้าน คือDark Beer Cake เป็นเค้กชอคโกแลตเข้มข้นที่มีกลิ่นหอมของเบียร์ ตัดกับรสชอคโกแลตขมๆ ทั้งหอมทั้งเข้มข้น ไม่หวานมาก ในตอนแรกนั้นเราก็ลังเลว่าจะกินได้ไหม เพราะเป็นคนไม่ดื่มเบียร์ แต่ทางร้านแนะนำ และมันดูน่ากินมาก เราเลยจัดมาหนึ่งชิ้น สัมผัสแรกที่ได้คือกลิ่นหอมมาก หอมชอคโกแลตหอมตัวเค้กแต่ไม่ได้กลิ่นของเบียร์เลย จนกัดเข้าไปคำแรก ตัวเค้กจะนุ่มๆ รสชาติหวานนิดๆติดไปทางขมชอคโกแลต ในส่วนด้านในจะมีชอคโกแลตข้นๆอยู่ด้านในตัวเค้ก ด้านบนก็เป็นครีมมันๆ หลังจากกัดไปนี่แหละถึงจะได้กลิ่นและรสชาติของเบียร์อ่อนๆ ไม่ได้รู้สึกว่ากินยากอะไร คือชอบมาก กินเพลิน ไม่เลี่ยน อาจจะเพราะมีรสของเบียร์อ่อนๆด้วยนี่แหละเลยทำให้ลงตัวเป็นที่สุด สมแล้วที่เป็นเมนูแนะนำ แต่ถ้าหากใครต้องการที่จะลิ้มชิมรสเมนูนี้ต้องไปเร็วหน่อยนะ เพราะถ้าพ้นช่วงบ่ายไปแล้ว จากประสบการณ์คือ พวกเค้กจะหมด!! จะเหลือแต่พวกขนมกล่อง ขนมแพคต่างๆ แนะนำถ้าไปไม่ควรพลาดเมนูนี้ ^_^ เพราะเป็นร้านน่ารักๆ เครื่องดื่มหวานมันกับเค้กหอมๆ ราคาไม่แพงนี้เอง ทำให้มีคนผ่านไปผ่านมาและแวะเวียนกันมาไม่ขาดสาย อีกทั้งทำเลที่อยู่ใกล้คอนโด ชุมชน ทำให้ช่วงเวลากลางวันคนยิ่งเยอะ ถ้าหากใครไปช่วงเวลานี้คงต้องใช้เวลารอกันสักหน่อย และทางร้านยังมีโปรโมชั่น10 แก้ว แถม 1 แก้ว ถ้าหากเราเป็นลูกค้าครั้งแรกก็จะได้บัตรสะสมแต้มมาและในครั้งต่อไปอย่าลืมนำบัตรสะสมแต้มมาละคุ้มสุดๆไปเลย เป็นอย่างไรบ้างกับ Mikka Coffee Stand พัฒนาการ 25 เดินทางไม่ยาก ราคาไม่แพง แต่คุณภาพจุกๆไปเลยจ้า พักเที่ยงแล้วลองแวะมาเติมพลังกันเนอะ^_^ พิกัดถนนพัฒนาการ 25 อยู่ในซอยใหญ่ที่สามารถทะลุไปรามคำแหงได้ ร้านจะอยู่ซอยแรกซ้ายมือ หน้าปากซอยจะมี 7-11 เลี้ยวเข้ามาประมาณ 100 เมตร ร้านจะอยู่ทางขวามือ เปิด จันทร์-เสาร์ (ปิดวันอาทิตย์) 7:00 - 16:00 น. รูปภาพประกอบโดย The1o

รีวิว STAND OIL กระเป๋าตัวดังสุดฮิตจากเกาหลี
อ่าน

รีวิว STAND OIL กระเป๋าตัวดังสุดฮิตจากเกาหลี

กระเป๋าเป็นอีกหนึ่งไอเทมที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวันและกระเป๋าที่มาแรงที่สุดตอนนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคือ "กระเป๋าจากร้าน STAND OIL" วันนี้เราเลยอยากมารีวิวกระเป๋า ที่เราซื้อมาใช้ของแบรนด์นี้ค่ะ บอกเลยว่าถูกใจสุด สะพายไปไหนก็น่ารัก ถ่ายรูปออกมาก็สวย เชียร์ให้ทุกคนได้ลองใช้กันค่ะความตั้งใจแรกของเราคือจะซื้อกระเป๋าทรงเหลี่ยมๆแบบนี้แหละค่ะ แต่จะซื้อรุ่นที่ใบเล็ก วันที่เราไปถึงที่ร้าน ใบเล็กสีที่เราอยากได้ดันหมด เราเคยมารอบนึงก่อนหน้านี้แล้วและของก็ไม่มี ครั้งนี้มารอบสองแล้วก็ยังไม่มีของมาเติม เราเลยต้องตัดใจซื้อแบบที่เราชอบแต่เป็นไซด์ใหญ่กว่า ทรงสี่เหลี่ยมใบนี้มาแทนพอเอามาใช้จริงเท่านั้นแหละ โอ้โหสุดๆ ดีใจมากที่ได้ซื้อใบใหญ่มา เพราะเราใส่แค่ของที่ใช้ทั่วๆไปในชีวิตประจำวันปกติ กระเป๋าตังค์ โทรศัพท์  หูฟังสายชาร์จ ลิปสติก เครื่องสำอางนิดหน่อยแล้วก็สมุดโน้ตปากกา คือถ้าใบเล็กไม่พอแน่ๆ ดีใจมากที่ซื้อใบใหญ่มาแล้ว ใบนี้ใส่ของแน่นๆจุกๆ แถมทรงสวยด้วย เอาเป็นว่าโชคดีที่ได้ใบนี้มากระเป๋าที่เราซื้อมาใบนี้เลยค่ะ สีตาลเข้มแบบนี้ ซิปมีสองตัว ด้านนอกของกระเป๋า ฝั่งนึงจะเป็นพิมพ์ว่า STAND OIL ตัวเล็กๆ ส่วนอีกฝั่งนึงก็เป็นช่องเล็กๆให้ไว้สอดบัตรรถไฟฟ้า กระดาษทิชชูหรือว่าเอกสารเล็กๆแบนๆได้ค่ะ ส่วนด้านในมีช่องซิปหนึ่งช่องและก็เป็นช่องใส่ของอีกสองช่องกระเป๋าเค้าจะใส่ถุงกระดาษให้เราอย่างดีแล้วก็มีห่อพลาสติกพร้อมกับถุงผ้าสีขาว และยังมี Certify The Original STAND OIL ราคาของกระเป๋าใบนี้อยู่ที่ 109,000 วอนคิดเป็นเงินไทยเท่าไหร่ขอไม่คิดนะคะ ปวดตับค่ะ แล้วก็มี Tax Refund คืนให้อีกประมาณ 6,000 วอนค่ะ เอาเป็นว่าถูกใจเราแล้วกัน ไม่คิดเรื่องเงิน ถูกใจก็พอค่ะใครชอบใบนี้เหมือนกันอยากได้มาครอบครอง เอารูปนี้ไปให้พนักงานดูได้เลยค่ะ ในรูปจะเป็นกระดาษที่พนักงานจะเขียนไว้ให้ว่าเราต้องการซื้อรุ่นไหนแบบไหนสีไหนแล้วเราเอาตัวนี้ไปยื่นตรงเคาน์เตอร์แคชเชียร์ก็จะได้ของค่ะส่วนตัวได้ลองใช้ถือมาประมาณ 1 สัปดาห์แล้ว ยังไม่มีตรงไหนเลยที่ไม่ชอบ ประทับใจมากที่ซื้อมา ถือออกนอกบ้านได้ทุกวัน ใส่ของจุมาก เปิดหยิบของก็ง่าย น่ารักที่สุด ถ่ายรูปออกมาก็สวยถูกใจมากๆเลยค่ะภาพปกและภาพประกอบทั้งหมด : พาย เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

STANLYคงเป้ายอดขายโต10% ขยายฐานลูกค้ากลุ่มผู้ผลิตอีวี
อ่าน

STANLYคงเป้ายอดขายโต10% ขยายฐานลูกค้ากลุ่มผู้ผลิตอีวี

#STANLY #ทันหุ้น STANLY เผยคำสั่งผลิตรถรุ่นใหม่ทั้งรถ 4 ล้อและ 2 ล้อสูงมาก แต่ห่วงสถานการณ์ขาดแคลนชิพ กังวลจะกลับมาเป็นปัจจัยกดดันกำลังผลิตอีกครั้ง จัดทีมเดินสายเจรจาผู้ผลิต EVที่จะเข้ามาตั้งโรงงานผลิตในไทย 2-3 ราย มั่นใจเป็น New S-Curveของบริษัทในอนาคต นายอภิชาติ ลี้อิสสระนุกูล รองประธานกรรมการ บริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ STANLY เปิดเผยภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ว่า ผู้ประกอบการติดตามสถานการณ์ปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วนและเซมิคอนดักเตอร์ (ชิพ) ที่อาจกลับมาเป็นปัจจัยกดดันการผลิตรถยนต์ในช่วงไตรมาส 3/2565/2566 (ก.ค.-ก.ย.2565) ได้ อย่างไรก็ตามบริษัทคาดว่ายอดขายปีนี้ (งบปี 2565/2566 ระหว่าง เม.ย.65-มี.ค.66) เติบโต10-15% YoY ปัญหาชิพขาดยังน่าห่วง สถานการณ์ขาดแคลนชิพเริ่มจะกลับมาสร้างแรงกดดันให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ เพราะรถรุ่นใหม่ๆ ในหนึ่งคันใช้ชิพเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่คำสั่งต่อรถใหม่จากทุกค่ายรถที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะรถรุ่นใหม่ที่มีกำหนดเปิดตัวในงานมหกรรมใหญ่ส่งท้ายปี ผู้ประกอบการแต่ละค่ายคงต้องวางแผนบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับค่ายรถจากยุโรป และญี่ปุ่นที่จะทยอยเข้ามาตั้งโรงงานผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในไทย ตามมาตรการสนับสนุนภาครัฐฯ ที่เปิดโอกาสให้นำยานยนต์ไฟฟ้าเข้ามาจำหน่ายในช่วง 2 ปีแรก และต้องเริ่มผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในไทยในปีที่ 3 ในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 `หรือเท่ากับจำนวนที่นำเข้ามาขายในช่วง 2 ปีแรกนั้น คาดว่ากลุ่มรถจักรยานยนต์จะประสบความสำเร็จก่อนกลุ่มรถ 4 ล้อเนื่องจากใช้แบตเตอรี่ขนาดเล็ก ชาร์จง่าย และสามารถถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ทันที ส่วนกลุ่มรถ 4 ล้อนั้นคาดว่ายังต้องใช้ระยะเวลาทดสอบความนิยมของตลาดไทยทั้งขนาดรถ, รูปโฉม ฯลฯ ควบคู่กับการขยายจุดชาร์จไฟฟ้าให้ครอบคลุมทั่วประเทศ การพัฒนาจุดชาร์จให้สามารถชาร์จกระแสไฟได้เร็วขึ้น ฯลฯ อย่างไรก็ตามบริษัทได้เริ่มเจรจากับค่ายรถ EVที่มีแผนเข้ามาผลิตในไทยแล้ว 2-3 ราย เพื่อสร้าง New S-Curveให้กับบริษัทในอนาคต ศึกษาตลาดEV การที่รัฐบาลเปิดโอกาสให้นำรถ EVประกอบแล้วทั้งคันเข้ามาจำหน่ายถือเป็นการทดลองตลาด ในหลายๆด้าน ทั้งขนาดที่เหมาะสม บอร์ดี้รถที่จะถูกใจกลุ่มเป้าหมายไทย ดังนั้นกว่าผู้ผลิตจะสรุป และวางแผนการผลิตได้คงต้องใช้เวลา ต่างจากรถจักรยานยนต์ที่ใช้แบตเตอรี่ขนาดเล็ก สามารถซื้อใหม่ใส่ได้เลย หรือหากชาร์จก็ใช้เวลาน้อยกว่าสามารถชาร์จได้ที่บ้านที่คอนโดฯ ได้ อีกทั้งในการประกอบก็ใช้ชิพน้อยกว่า ด้วยดังนั้นการเปลี่ยนผ่านจะเกิดจากรถจักรยานยนต์ก่อน โดยปัจจุบัน บริษัทยังคงได้รับคำสั่งผลิตใหม่อย่างต่อเนื่องทั้งการปรับโฉมรถทั้งรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถกระบะ, คำสั่งผลิตไฟส่องสว่างรถมอเตอร์ไซด์รุ่นใหม่ๆ หลายรุ่น ทั้งรถที่ใช้พลังงานน้ำมัน และรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่เตรียมเปิดตัวอีกหลายค่าย พร้อมกันนี้บริษัทสามารถส่งออกหลอดไฟส่องสว่างออกไปจำหน่ายในภูมิภาคเอเชียเพิ่มขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะประเทศปากีสถาน, อินเดีย ฯลฯ เนื่องจากลูกค้าพอใจในคุณภาพผลิตภัณฑ์ของบริษัท จึงถือเป็นฐานการตลาดให้สามารถขยายเข้าสู่ประเทศใกล้เคียงได้อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันรถมอร์เตอร์ไซด์ใหญ่ที่ระดับราคา 5-7 หมื่นบาทได้รับความนิยมมากขึ้น ทำให้การใช้ไฟหน้า ไฟท้ายรวมถึงไฟเลี้ยวอัจฉริยะที่ปรับการส่องสว่างได้ตามแฮน มีมากขึ้น เช่นเดียวกับรถกระบะที่พัฒนาการออกแบบไฟส่องสว่างให้เหมือนกับรถยนต์ รวมถึงการนำรถกระบะมาแต่งให้ใกล้เคียงกับรถสปอร์ต หรือรถ SUV ทำให้บริษัทมียอดขายผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้เพิ่มขึ้นกว่าปีที่แล้วถึงกว่า 10%และเป็นกลุ่มสินค้าที่มีมาร์จิ้นดีกว่าผลิตภัณฑ์ที่ติดไปกับตัวรถ แนะ ซื้อ เป้า 212บาท บริษัท หลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ ยังคงแนะนำ ซื้อ STANLYราคาเหมาะสม 212 บาท แม้ปัญหาการขาดแคลนชิปยังเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อผลการดำเนินงานในช่วงถัดไป แต่เบื้องต้นยังอยู่ในสมมติฐานที่คาดไว้ก่อนหน้า อีกทั้ง STANLY ยังได้เปรียบในเรื่องผลิตภัณฑ์ไฟส่องสว่างเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นในอุตสาหกรรมยานยนต์ทุกยุคทุกสมัย จึงยังคงประมาณการณ์กำไรสุทธิทั้งปี 2565/2566 ที่ 1,551 ล้านบาท ทั้งนี้หากสถานการณ์ขาดแคลนชิพคลี่คลายลง ยอดขายจะเร่งตัวขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากคำสั่งซื้อที่รออยู่ในปริมาณมาก

Stand a roam - #นั่งวันละขบวนเดอะซีรีส์ EP.1 The trip beginning
อ่าน

Stand a roam - #นั่งวันละขบวนเดอะซีรีส์ EP.1 The trip beginning

12 - 19 ตุลาคม 2563 จะเป็นอีกหนึ่งสัปดาห์กว่าๆ ที่เราจะต้องจดจำไปชั่วชีวิต เพราะในช่วงนั้น เราได้เดินทางด้วยรถไฟจากเพชรบุรี แล้วขึ้นไปที่สถานีเชียงใหม่ สถานีที่อยู่เหนือสุดของประเทศไทย และลงไปสถานีที่อยู่ใต้สุดของประเทศไทย อย่างสถานีสุไหงโก-ลก แต่ทุกๆ การเดินทาง ก็ย่อมมีจุดเริ่มต้นของมัน บัณฑิตที่เพิ่งเรียนจบหมาดๆ ที่มาพร้อมกับเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID-19) พยายามจะหางานทำ แต่ด้วยสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้มีการจ้างงานน้อยลง แต่โชคยังดี ที่ยังได้งานชั่วคราวจากกระทรวงนึงของรัฐบาล โดยมีระยะเวลางานประมาณ 3 เดือน และกอปรตัวเราเองเป็นคนที่ชอบการเดินทางด้วยรถไฟ จากการโดนป้ายยาจากกลุ่มเยาวชนที่เคยได้ร่วมงาน แล้วเกิดติดใจ จากที่เมื่อก่อนการเมื่อก่อนจะไปหาคุณปู่ที่กรุงเทพฯ จะต้องไปด้วยรถตู้ แต่ด้วยการที่สายใต้เกือบทั้งหมด ไปจอดที่ขนส่งสายใต้ ถ.บรมราชชนนี ทำให้เกิดความไม่สะดวกในการเข้าเมือง เราจึงเลือกการเดินทางรถไฟตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ช้าไปเยอะ แต่สะดวกกว่า หลังจากที่ทำงานไปได้สักพัก เราจึงเกิดนึกสนุก อยากนำเงินเดือนแรกที่ได้ มาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพ (แหม!! อยากจะแหมตัวเองไปยังช่องแคบมะละกา) ด้วยการนำเงินก้อนนนี้ มานั่งรถไฟ แต่ด้วยบ้าพิลึกกึกกือของตัวเราเอง ที่จะทำอะไรผิดมนุษย์มนาเสมอๆ แรงบันดาลใจของทริปนี้ เราขอยกความดีความชอบ ให้กับโครงการก้าวคนละก้าว ของพี่ตูน Bodyslam ที่วิ่งจากเบตง ไปแม่สาย แต่ด้วยสรีระที่พร้อมให้แพทย์ดูดไขมันได้เต็มที ไอ้ครั้นจะให้วิ่ง ก็คงจะไม่ไหว เราจึงขอนั่งรถไฟ ไปสถานีเหนือสุดลงไปสถานีใต้สุด อย่างเชียงใหม่ และสุไหงโก-ลก จากนั้นจึงได้ประกาศกร้าวต่อเพื่อนๆ ใน Facebook (ยกเว้นแม่ และญาติฝ่ายแม่) และเพื่อเป็นเกียรติต่อแรงบันดาลใจ เราจึงตั้งชื่อให้คล้าย(ที่จริง คือล้อเขาเลยแหละ)กับโครงการก้าวคนละก้าว ด้วยชื่อทริปว่า "นั่งวันละขบวน เพื่อความสุขของกูเอง" แต่ด้วยชื่อที่ยาวพอๆ กับถนนเพชรเกษม (นี่ก็เกินไป) หลังๆ จึงเหลือแค่ #นั่งวันละขบวน การเดินทางในครั้งนี้ เราศึกษาจากหลายๆ อย่าง ทั้งจากหนังสือ และวารสารจากการถไฟฯ ที่มักให้หยิบฟรีตามสถานี ตารางเวลาเดินรถของทั่วประเทศ สถานที่ที่เที่ยวใกล้สถานีรถไฟปลายทางแต่ละที จากนั้นจึงเริ่มวางตารางการเดินทางตามใจตัวเราเอง โดยมีปลายทางดังนี้ 1. กรุงเทพฯ (จุดที่ต่อรถไฟจากเหนือและใต้ โดยมีสถานีกรุงเทพ(หัวลำโพง) และสถานีชุมทางบางซื่อ) 2. อยุธยา (เคยไปกับครอบครัว และทัศนศึกษา ก็หลายครั้ง แต่การไปคนเดียวนี่คือครั้งแรก) 3. ลพบุรี (เคยไปแต่ชมทุ่งทานตะวัน กับเขื่อนป่าสักฯ แต่ในเมือง นี่ก็คือครั้งแรก) 4. พิษณุโลก (ครั้งแรก) 5. เชียงใหม่ (ครั้งแรก) 6. แพร่ (ครั้งแรก) 7. ฉะเชิงเทรา (เมื่อไปกับครอบครัวบ่อยมาก เพราะเมื่อก่อนบ้านอยู่เขตหนองจอก ใกล้นิดเดียว แต่ไม่เคยไปคนเดียว จนมาอยู่เพชรบุรี) 8. ชุมพร (ครั้งแรก แต่แค่รอรถไฟไปหาดใหญ่) 9. หาดใหญ่, สงขลา (เคยนอนรถไฟ แล้วไปหาพ่อมาแล้ว แต่ครั้งนี้คือตัวคนเดียว) 10. สุไหงโก-ลก, นราธิวาส (ครั้งแรก) การเลือกนั่งรถไฟในทริป เราพยายามนั่งรถไฟให้มีประเภทที่หลากหลาย ทั้ง ธรรมดา ชานเมือง ท้องถิ่น เร็ว ด่วน ด่วนพิเศษ โดยจะหนักไปทาง ธรรมดา ชานเมือง ท้องถิ่น เสียส่วนมาก เพื่อประหยัดงบได้อีกนิดนึง บทสรุปของทริปนี้คือการนั่งรถไฟภายใน 9 วัน 11 จังหวัด(รวมเพชรบุรี) 15 ขบวน ในงบประมาณ 8,500 บาท หลังจากนั้น ก็ได้ไปซื้อของเพื่อเตรียมสำหรับการเดินทาง ผ่านทางแอปฯ Shopee เป็นส่วนใหญ่ โดยค่อยๆ ทยอยซื้อ และรอโปรโมชั่น พวก Flash Sale เลขวันตรงกับเลขเดือน โดยที่ซื้อมาใช้ในทริปมีทั้งหมด 9 อย่าง หมดไปหลายพันเลยแหละ แฮะๆ หลังจากนั้นจึงโทรไปที่ 1690 call center ของการรถไฟฯ เพื่อโทรจองรถด่วนพิเศษที่ 32 "ทักษิณารัถย์" ซึ่งเป็นขบวนที่กลับมาที่เพชรบุรี และเป็นขบวนเดียวที่จอง เพราะขบวนอื่นๆ คือการซื้อวันต่อวัน อันเนื่องมาจากที่เรารู้ถึงสรรพคุณของรถด่วนขบวนนี้ ว่าเต็มเร็วมาก เราจึงรีบจองตั้งแต่วันแรกที่เปิดจอง และยิ่งอยากนอนเตียงล่าง ต้องรีบจอง จึงรีบจอง แล้วไปรับตั๋วที่สถานีเพชรบุรีในอีกวันถัดมา หลังจากที่ทำงานครบตามกำหนดสัญญา ขั้นตอนสำคัญที่สุด นั่นคือการไปบอกกับคุณแม่ถึงการเดินทางครั้งนี้ แต่การบอกของเรา โคตรจะกระชั้นชิดสุดๆ นั่นคือ 2 วันก่อนการเดินทาง (ไปวันจันทร์ บอกคืนวันเสาร์ และตอนที่แม่ใกล้นอนแล้วด้วย) ด้วยความที่เราก็โตแล้ว และมันก็ไม่ได้ดูนักหนาอะไรสำหรับเรา เราคิดว่าเอาตัวรอดได้สบายๆ แต่แม่ก็ก็คือแม่แหละ ก็ยังเห็นเราเป็นเด็กอยู่เสมอ หลังจากที่เราบอกกับแม่ไป เรากลายเป็นคนผิดศีลข้อ 2 และเกือบๆ จะข้อ 1 ตามหลักพุทธศาสนาเต็มๆ เพราะเราทำให้คุณแม่บังเกิดเกล้าของเรา เกิดอาการนอนไม่หลับ หัวใจมันกระสับกระส่าย (อ่ะ..พอ..เดี๋ยวครบเพลงพอดี) ว่าเรานะ แต่ไม่ถึงกับด่า แต่การที่เราบอกกับแม่อย่างกระชั้นชิด เราก็อยากพิสูจน์ว่า เราก็ทำมันได้ (แต่เราเองก็นอนไม่หลับนะ) แต่แม่ก็โกรธเราถึงเช้าวันถัดมา แต่สุดท้ายแม่ก็ต้องยอมเรา แต่ก็ต้องแลกด้วยกฎของแม่ นั่นคือ แจ้งทุกเวลา ไม่ว่าอยู่ไหน (ซึ่งเราเองโคตรไม่ชอบเลยอ่ะ เหมือนติดบ่วง แต่ก็ต้องทำเนาะ) ซึ่งปัญญานั้นหมดไป เพราะเองก็โพสต์ทุกๆ อย่างที่ได้เจอระหว่างการไปเที่ยว แม่ก็รู้ และได้อวดชาวบ้านด้วย 555 หัวค่ำของวันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม 2563 เราจึงเสื้อผ้า และอุปกรณ์ต่างๆ จัดใส่กระเป๋าสีดำใบใหญ่ ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตอนตี 2 ครึ่ง แล้วหลับตานอน เพื่อเตรียมตัวนั่งรถไฟขบวนแรกของทริป... โปรดติดตามตอนต่อไป - - - - - - - - - - #StandaRoam #ยืนหยัดเที่ยวเฟี้ยวคนเดียว

รีวิวซีรีส์จีน คู่เดือดอันตราย(2023) Stand By Me ทาง WeTV
อ่าน

รีวิวซีรีส์จีน คู่เดือดอันตราย(2023) Stand By Me ทาง WeTV

สวัสดีค่ะ วันนี้จะมารีวิวมินิซีรีส์จีน เรื่อง คู่เดือดอันตราย หรือ Stand By Me มีทั้งหมด 20 ตอน ตอนละ 10 นาที ออกอากาศทุกวันพุธถึงศุกร์ วันละ 2 ตอน สมาชิกดูมากกว่า 6 ตอน นำแสดงโดยเติ่งข่าย รับบท เฝิงกวนอวี่ และหวังจู่อี รับบท หวงเหว่ยเจี๋ยเรื่องราวเริ่มต้นเมื่อเฝิงกวนอวี่นักธุรกิจหนุ่มพระเอกของเรื่อง เขานั้นได้ยึดฝิ่นของหม่าว่านไฉที่ลักลอบขนเข้ามาทางท่าเรือของเขา หม่าว่านไฉพยายามมาเจรจาแต่ไม่สำเร็จจึงจะใช้กำลัง พระเอกจึงฆ่าเขาตาย ตอนนั้นหวงเหว่ยเจี๋ยนายเอกของเรื่องได้อยู่ในเหตุการณ์ด้วย เขานั้นได้รับภารกิจมากำจัดหม่าว่านไฉ พอเขาเห็นพระเอกฆ่าหม่าว่านไฉตายก็ได้หนีออกมา พระเอกตามมาและได้บังคับให้นายเอกมาเป็นบอดี้การ์ดตน ความจริงแล้วพระเอกกับนายเอกนั้นเคยเป็นเพื่อนรักกันมาก่อนแต่เกิดเหตุการณ์บางอย่างทำให้นายเอกเข้าใจพระเอกผิด เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปก็ต้องไปดูกันพระเอกเป็นนักธุรกิจเจ้าของท่าเรือ เขานั้นถึงแม้จะเป็นนักธุรกิจแต่ก็รักชาติ พอจับได้ว่ามีคนลักลอบขนฝิ่นมาทางท่าเรือตนก็ไม่ยอม ดูเป็นคนนิ่งๆ เป็นคนที่มีอำนาจและลูกน้องเยอะ ดูแล้วเหมือนรู้สึกผิดที่ทำให้นายเอกโดนทำร้ายในอดีตจึงพยายามชดเชยให้นายเอก นักแสดงแสดงได้ดูเท่ มีมาดนายเอกเพราะความเข้าใจผิดในอดีตทำให้เขาโกรธพระเอกมาก ไม่ยอมอ่อนข้อให้และตอนแรกเขาก็ไม่ยอมรับข้อเสนอของพระเอกที่จะให้ตนเป็นบอดี้การ์ดเพราะพระเอกเคยผิดสัญญากับเขาในอดีต ดูเป็นคนห้าวๆ ไม่ยอมคน นักแสดงแสดงได้ดูน่ารัก ขี้เล่นฉากมีความย้อนยุคตามพล็อตเรื่อง เป็นฉากในปี 1936 ฉากต่อสู้ทำออกมาได้ดีมาก ท่าทางต่างๆตอนทั้งคู่ร่วมมือกันต่อสู้ก็ดูเท่มาก ถนนหนทางตึกรามบ้านช่องดูเข้ากับยุคนั้น ถือว่าเก็บรายละเอียดได้ดี เสื้อผ้าก็มีความย้อนยุค ส่วนใหญ่เป็นชุดสูทที่มีหลากหลายสไตล์ ทั้งที่ดูเรียบหรู เท่ หรือแบบสบายๆ ส่วนตัวชอบชุดเรื่องนี้เพราะนักแสดงพอใส่ออกมาแล้วดูเท่ทุกชุดพล็อตเรื่องเป็นเรื่องราวของนายเอกที่เป็นสมาชิกองค์กรรักชาติได้ปลอมตัวมาทำภารกิจ เขาได้เจอกับพระเอกที่เป็นนักธุรกิจรักชาติ พระเอกได้บังคับให้นายเอกมาเป็นบอดี้การ์ดตนเพราะความรู้สึกผิดอยากชดเชยให้นายเอก นายเอกด้วยความที่ต้องทำภารกิจหาฝิ่นที่โดนยึดจึงยอมเป็นบอดี้การ์ดให้พระเอก เดินเรื่องได้น่าติดตาม มีการปูเรื่องว่าทั้งคู่เคยรู้จักกันมาก่อนแต่แยกกันไปเพราะเหตุการณ์เข้าใจผิด จึงทำให้รู้สึกถึงความสนิทกันของทั้งคู่ ดูแล้วได้ลุ้นไปกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่อยากให้ดูเรื่องนี้เพราะพล็อตเรื่องน่าสนใจ เดินเรื่องได้น่าติดตาม ฉากและคอสตูมมีความสวยงามมาก ต้องไปดูค่ะอ้างอิงภาพปก1, ภาพปก2 ตกแต่งโดย canvaภาพที่1และ3, ภาพที่2และ4 ขอบคุณภาพจาก twitter: WeTV.Thailand และ weibo: 邓凯-Kai และ 王祖一_JOY เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

Stand by หล่อ - New Country: บอยแบนด์ลูกทุ่งไทยในรูปแบบโกอินเตอร์
อ่าน

Stand by หล่อ - New Country: บอยแบนด์ลูกทุ่งไทยในรูปแบบโกอินเตอร์

บทนำเพลงลูกทุ่งนับเป็นศิลปะบทเพลง ที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทย มีท่วงทำนองถ้อยคำและจังหวะดนตรีที่เร้าใจ แน่นอนเลยว่าใครที่เคยฟังบทเพลงลูกทุ่ง ย่อมติดใจอย่างแน่นอน แต่ 20 ปีให้หลังนี้ลูกทุ่งไทยภาคกลาง นับว่ามีกระแสที่ลดลงไป แต่ปัจจุบันนี้ได้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ในอีกหนึ่งรูปแบบที่มีความสนุกสนาน ภาษามีความเป็นสากล และความทันสมัย ทำให้น่าติดตามติดตาม ในบทเพลง Stand by หล่อ - New Country: บอยแบนด์ลูกทุ่งไทยในรูปแบบโกอินเตอร์ อ่านในบทความนี้ได้เลยครับการเล่าเรื่องในบทเพลงเพลง Stand by หล่อ เป็นเพลงของศิลปิน New Country ประกอบด้วย นุ เอ็มโบ ติณติณ กีต้าร์ เขียนคำร้อง และทำนอง โดย ก๊อท จักรพันธ์ และเรียบเรียง โดย ภูเมธา ภัทรพรพล นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งวงศิลปินหน้าใหม่ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อเราเห็นชื่อของ คุณก๊อท จักรพันธ์ ซึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังของบทเพลงนี้ มุมมองของผู้เขียนคิดว่า บทเพลงนี้เป็นอีกหนึ่งบทเพลงที่ฟังแล้วติดหูเป็นอย่างมาก และมีจังหวะที่สนุกสนาน อีกทั้งมีถ้อยคำที่ชวนให้ผู้ฟังคล้อยตาม เข้าถึงอารมณ์ความรู้สึก การบอกรักผ่านการเล่าเรื่องราวง่ายๆ ไม่ได้สลับซับซ้อน มันคือ การเล่าเรื่องตั้งคำถามว่าตอนไหน ความรักของเราจะเป็นไปได้ผ่านการใช้สิ่งของหรือว่าอาหารการกิน ในชีวิตประจำวัน เช่น โดนัทท่อนเพลงที่ชอบ และสเน่ห์ของเนื้อเพลงโดนัทยังมีรู แล้วเมื่อไหร่ you จะมีใจ  ไม่มีใครลองมามีเราม้า  เอ้ามาสิมาละ ล้าลาลัลลา   ไม่ชอบใครลองมาชอบเราม้าเอ้ามาสิมาละ ล้าลาลัลลา    ไม่มีแฟนลองเป็นแฟนเราม้า  เอ้ามาสิมาละ ล้าลาลัลลาสำหรับท่อนนี้ เป็นท่อนที่ผู้เขียนชอบมากที่สุด เพราะ เป็นท่อนเพลงที่มีความสนุกสนาน เป็นท่อนเพลงที่ฟังแล้วติดหูตั้งแต่ครั้งแรกที่ผู้เขียนได้ฟังอีกครั้งเพลงนี้มีการภาษาอถ้อยคำที่เป็นภาษาอังกฤษเข้าไปด้วย และมีจังหวะของน้ำเสียงที่สนุกสนาน ทำให้ตัวของผู้ฟังเองรู้สึกครึกครื้นไปด้วย ในส่วนของเนื้อเพลงนั้นผู้เขียนคิดว่าการแต่งเนื้อร้องค่อนข้างแต่งได้ดีสมกับคุณก็อท จักรพันธ์ เป็นนักร้องมืออาชีพ โชว์ฝีมือออกมาผ่านการแต่งเพลงได้เป็นอย่างดีเสน่ห์ดนตรี และเอ็มวีในส่วนของดนตรีเป็นการประสานเทคนิคสากลและการประสานเสียงการขับร้อง ทำให้มีความสนุกสนาน อีกทั้งน้ำเสียงของนักร้องมีเสน่ห์ และเป็นเอกลักษณ์ทำให้ดนตรีที่ขับกล่อม มีความสนุกสนานครึกครื้นเข้าไป ในตัวดนตรีฟังสบายหู และตราตรึงใจผู้ฟังเป็นอย่างมาก ส่วนเอ็มวีในมุมมองของผู้เขียนเองคิดว่า New Country ทั้งสี่คนเป็นศิลปินที่มีเสน่ห์เป็นอย่างมาก ดึงดูดผู้ชมได้เป็นอย่างดีอย่างตัวผู้เขียนเองก็รู้สึกชอบ และดูอยู่หลายครั้งรับชม รับฟัง Stand by หล่อ - New Countryhttps://www.youtube.com/watch?v=uxvAQbX0nSIสรุปส่งท้ายท้ายสุดนี้ใครที่ยังไม่เคยฟังเพลง ก็อย่าลืมไปติดตามรับชม รับฟังบทเพลงสนุก ๆ บทเพลงนี้กันนะครับ รับรองว่าสนุกสนาน เข้าถึงอารมณ์ความเป็นลูกทุ่งในรูปแบบของบทเพลงลูกทุ่งไทยในรูปแบบโกอินเตอร์ได้เลยครับเครดิตรูปภาพภาพหน้าปก จาก New Country นิวคันทรี่ภาพที่ 1 จาก New Country นิวคันทรี่ภาพที่ 2 จาก New Country นิวคันทรี่ภาพที่ 3 จาก New Country นิวคันทรี่ภาพที่ 4 จาก New Country นิวคันทรี่เครดิตวิดีโอ: Grammy Gold Official จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !

7 วิธีการดูแลตัวเองขณะติดโควิด จากประสบการณ์จริงไม่ใช้ Stand-in
อ่าน

7 วิธีการดูแลตัวเองขณะติดโควิด จากประสบการณ์จริงไม่ใช้ Stand-in

       สวัสดีค่าทุกคน วันนี้เราจะมาแนะนำ "7 วิธีการดูแลตัวเองขณะติดโควิด" นะคะ เนื่องจากสถานการณ์ในตอนนี้มียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เราต้องหันมาดูแลตัวเองแม้จะยังไม่ติดหรือติดแล้ว ซึ่งใช่ค่ะ เราติดมาแล้ว! และวันนี้เราจึงมีวิธีมาแนะนำเพื่อนๆ ขอบอกก่อนเลยนะคะว่ามาจากประสบการณ์จริง ตัวจริง ไม่ใช้ Stand-in ค่ะ         แต่ก่อนเริ่มเราขอเกริ่นก่อนเลยว่าเราเคยมีประสบการณ์การติดโควิดด้วยตัวเอง เราได้ทำการตรวจและใช้เวลาในการรอเตียงประมาณ 4 วัน ในระหว่าง 4 วันจนถึงช่วงที่เราได้ไปรักษาตัวที่ Hospitel เรามีวิธีการดูแลตัวเองตามแบบฉบับของเราเองมาแนะนำค่ะ ทั้งอ่านจากอินเตอร์เน็ต ดูจากข่าว และมีผู้แนะนำ ซึ่งถือว่าได้ผลอยู่พอสมควรค่ะ โดยเราจะสรุปมาให้ทุกคนดูเป็น 7 ข้อนะคะ ถ้าพร้อมแล้วเริ่มเลยค่า☺️        วันที่เราไปตรวจที่โรงพยาบาลเราได้รับการเอ็กซเรย์ปอดก่อนแล้วพบว่าปกติค่ะ และรอผลอย่างเป็นทางการ 1-2 วัน พอทราบผลอย่างเป็นทางการว่า “พบเชื้อ” เรามีวิธีการดูแลตัวเอง ดังนี้1.) ตื่นมารับวิตามินดีจากแสงแดดยามเช้า          เราตื่นมาตอนเช้าเปิดหน้าต่างเพื่อไปรับแสงแดดจากระเบียง หรือถ้าท่านใดที่กักตัวในโรงพยาบาลสนามหรือ Hospitel และไม่มีระเบียง สามารถเปิดม่านเล็กน้อยเพื่อรับแสงแดดเข้ามาสู่ร่างกายเพื่อให้ร่างการแข็งแรงขึ้น อาจจะขยับตัวบ้างเล็กน้อย โดยการเดินรอบๆ ห้อง หรือขยับแขนขาไปมาประมาณ 30 นาที - 1 ชั่วโมงนะคะ 2.) รับประทานให้ครบ 3 มื้อ        อาหารทุกมื้อล้วนมีความสำคัญต่อร่างกาย เมื่อร่างกายเราได้รับสารอาหารที่เพียงพอก็จะช่วยให้เราไม่อ่อนเพลียได้ง่ายๆ และทำให้สุขภาพแข็งแรงมากขึ้น โดยอาหารที่เราจะเลือกรับประทานก็ควรมีส่วนผสมที่ดีต่อสุขภาพของเราอย่างเช่น ผัดขิง, ผักต่างๆ อาจจะตบท้ายด้วยผลไม้ช่วยเพิ่มวิตามินซีให้ร่างกาย หรือแม้กระทั่งดื่มน้ำสมุนไพรอย่างน้ำขิงเพื่อบำรุงสุขภาพปอดให้แข็งแรงค่ะ3.) ทานยาตามอาการ (ห้ามทานดักไว้)         เรื่องนี้ถือว่าสำคัญมากๆ เลยนะคะ เพราะบางคนแพนิกจนกินยาทุกตัวที่เขาว่ากันว่ากินแล้วดีแล้วหาย แต่นั่นคือผิดนะคะ เพราะพี่พยาบาลแนะนำเราว่า เราควรกินยาตามอาการ เนื่องจากกินเยอะจะทำให้อวัยวะในร่างกายเราทำงานหนัก เมื่อเราต้องทานยาที่รักษาโควิดจริงๆ เราจะไม่สามารถทานยาได้         เราได้ยามาทานตามอาการในวันแรกที่เราไปตรวจ PCR ที่โรงพยาบาล จนถึงวันที่เราได้เข้ามา Hospitel เราถึงจะได้ยาต้านไวรัส (Favipiravir) มาทาน และเราก็ทานวิตามินซีก่อนนอนทุกวันค่ะ นอกจากทานยาและวิตามินแล้วเราก็ทำความสะอาดจมูกด้วยน้ำเกลือทุกวันด้วยค่ะ4.) หมั่นวัดไข้และเช็คค่าออกซิเจน         เราต้องคอยหมั่นวัดไข้หรือเช็คค่าออกซิเจนดู เพื่อดูความผิดปกติของร่างกาย ถ้ามีไข้ทานยาพารา แต่ถ้าค่าออกซิเจนต่ำกว่า 96 ควรรีบปรึกษาแพทย์หรือผู้ที่เราติดต่อด้วยค่ะ เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายไปมากกว่านี้ และได้รับการรักษาที่ทันท่วงทีค่ะ5.) รักษาความสะอาด        สิ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่เราทำมาตลอดตั้งแต่ก่อนติดโควิดแล้วนะคะ นอกจากรักษาความสะอาดตัวเองเราจำเป็นต้องรักษาความสะอาดของสิ่งของที่เลี่ยงไม่ได้ที่จะใช้ร่วมกันค่ะ โดยเรามีวิธีดังนี้         1. ทำความสะอาดมือด้วยเจลแอลกอฮอล์         2. สวมใส่หน้ากากอนามัยตลอด         3. แยกใช้อุปกรณ์ทุกอย่าง เช่น จาน ช้อน-ส้อม แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ให้ล้างให้สะอาดที่สุด         4. ทุกครั้งที่เข้าห้องน้ำให้ราดด้วยน้ำยาทำความสะอาดทุกครั้ง 6.) ดื่มน้ำและพักผ่อนให้เพียงพอ         การดื่มน้ำจะช่วยให้ล้างสารพิษออกจากร่างกาย และบำรุงให้ร่างกายทำงานได้มีประสิทธิภาพ การพักผ่อนก็เช่นกัน เราควรพักผ่อนให้มากเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน เราไม่ควรอดนอน เพราะจะทำให้ร่างกายเราอ่อนเพลีย อาจส่งผลให้ร่างกายเราแย่กว่าปกติได้ค่ะ โดยตัวเราเองก็นอนวันละ 8 - 9 ชั่วโมงเลยนะคะ7.) รักษาสุขภาพจิตใจตัวเอง         ข้อสุดท้ายนะคะ สุขภาพจิตสำคัญมาก ตอนที่เราเป็นแรกๆ คือค่อนข้างเครียด วิตก กังวล เหล่านี้จะทำให้ร่างกายเราแย่ เราจึงต้องหาความสุขให้ตัวเอง พยายามอย่ากังวลใจไปก่อน พยายามคิดบวกว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดีและมีสติมากพอ เมื่อเราคิดได้แบบนี้สุขภาพจิตเราดีก็จะนำมาซึ่งสุขภาพกายที่ดีได้นั่นเองค่ะ โดยเราจะพยายามหาอะไรตลกๆ ดู เช่น ดูหนังผ่าน Netflix, Youtube เป็นต้นค่ะสุดท้ายนี้นะคะ เราจะบอกว่านี่เป็นวิธีของเราเอง ซึ่งเราทำแล้วถือว่าช่วยได้เยอะนะคะในยามวิกฤติที่ไม่มีพื้นที่เพียงพอในการรักษา เราสามารถทำแบบนี้ได้ด้วยตัวเอง เราเรียกว่า "Home Isolation" ก็ได้ค่ะ แต่อย่างไรก็ตามในระหว่างรักษาตัวก็ควรทำตามคำแนะนำแพทย์หรือปรึกษาแพทย์เป็นระยะๆ นะคะ เพื่อปรสิทธิภาพในการรักษาตัวเองค่ะ และเราขออวยพรให้ทุกคนปลอดภัยจากโรคนี้นะคะ ขอบคุณค่าเครดิตภาพหน้าปกและภาพประกอบบทความโดยเจ้าของบทความเปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี

หนังดีที่อยากให้ดู I Please Stand by เนิร์ดแล้วไง...มีหัวใจนะเว้ย
อ่าน

หนังดีที่อยากให้ดู I Please Stand by เนิร์ดแล้วไง...มีหัวใจนะเว้ย

ช่วงวันหยุดที่ผ่านมาได้มีโอกาสได้ดูหนังเรื่องนึงที่ตอนแรกนึกว่าจะเป็นหนังแนวซีเรียส ตึงเครียด แต่พอได้ลองดูแล้วไปประมาณครึ่งเรื่องกลับผมว่า มันสนุกดีนะ ให้ข้อคิดและได้ลุ้นไปกับเรื่องราวและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเรื่อง เรียกได้ว่าจังหวะไหนที่ให้คนดูได้ลุ้นก็ลุ้นจนตาต้องโฟกัสไปที่ทีวีอย่างเดียว ตัดสิ่งรบกวนรอบข้างออกเลย และหนังเรื่องที่พูดมานั้นก็คือ Please Stand by หรือชื่อไทยว่า เนิร์ดแล้วไง...มีหัวใจนะเว้ยเรื่องย่อเรื่องมีอยู่ว่า “แวนดี้” หญิงสาววัยรุ่นที่มีอาการออทิสติกมาตั้งแต่กำเนิดได้ชื่นชอบหนังสตาร์ เทรค (Star Trek) เอามาก ๆ  และในช่วงเวลานั้นทางค่ายหนังอย่างพาราเมาต์ พิกเจอส์ คอร์โปเรชัน (Paramount Pictures) ได้จัดการประกวดบทหนังภาพยนต์เรื่อง Star Trek ขึ้นมาโดยมีเงินรางวัลถึง 1 แสนดอลลาร์ ซึ่งงานประกวดนี้ทำให้แวนดี้อยากที่จะลงมือเขียนบทและนำบทหนังของตัวเองส่งเข้าประกวดให้ได้ แต่คนรอบข้างอย่างพี่สาวของเธอกลับไม่เชื่อมั่นในตัวแวนดี้ นี้จึงเป็นอุปสรรคครั้งใหญ่ของตัวเธอเองการเดินเรื่องสิ่งที่จะพูดถึงนั้นคือเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในเรื่องที่บอกได้เลยว่าชวนติดตามมาก เพราะอุปสรรคของแวนดี้ตัวละครที่มีการออทิสติก และมีความพยายามที่จะส่งบทหนังของตัวเองเข้าประกวดให้ได้เป็นแรงผลักดันให้คนดูได้เป็นอย่างดีในการจะลุกขึ้นมาทำอะไรก็ตามที่เราอยากจะทำเพื่อเป้าหมาย เพื่อความฝันที่วางไว้ ส่วนอุปสรรคต่าง ๆ ที่แวนดี้ได้เจอนั้นก็เหมือนเป็นบททดสอบความสามารถความพยายามของเธอเองในการก้าวข้ามอุปสรรคเหล่านั้นดังนั้นหนังเรื่องนี้จึงเป็นหนังที่มีพลังในการให้กำลังใจคนดูอย่างเราให้ลุกขึ้นสู้กับอุปสรรคต่าง ๆ ที่ถาถมเข้ามา ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ก็ตาม เราก็ต้องผ่านมันไปให้ได้ อย่างอุปสรรคในการข้ามถนนของแวนดี้ที่ตัวเธอนั้นถูกบอกไว้ว่า “ห้ามข้ามถนนมาร์เก็ตในทุกกรณี” แต่ตัวเธอนั้นกลับเลือกที่จะแหกกฎนั้นไปเพราะถนนอีกฟากนึงเป็นเส้นทางที่จะนำเธอไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ได้การแสดงด้วยความที่แวนดี้ ตัวเดินเรื่องหลัก เป็นคนที่อาการออทิสติกโดยกำเนิดทำให้นักแสดงที่รับบทอย่าง Dakota Fanning ต้องทำงานหนักหนักมาก และผลตอบรับของการทำการบ้านก็ออกมาดีเกินคาด เพราะนักแสดงสามารถทำให้คนดูอย่างเราเชื่อได้จริงตัวละครตั้วนี้มีอาการออทิสติกจริง ๆ ซึ่งเป็นอะไรที่หินมากและยากอีกด้วย และตัวละครสมทบตัวอื่น ๆ ก็มีผลมากในการช่วยผลักดันให้เราเชื่ออย่างงั้นได้ดี อย่างพี่สาวของแวนดี้ที่ไม่เชื่อในความสามารถของการควบคุมอารมณ์ของแวนดี้อีก และส่งผลให้ความเชื่อมั่นในตัวเธอนั้นก็ไม่มากพอที่จะเชื่อ ความสนุกสำหรับใครที่ชอบหนังประเภทให้กำลังใจ ช่วยให้ Move On หรือเป็นแรงบันดาลใจที่จะช่วยให้ลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างในชีวิต บอกได้เลยว่าเรื่องนี้ตอบโจทย์ในความต้องการแบบนั้นแน่นอน เพราะนอกจากตัวเนื้อเรื่องจะให้เห็นถึงความพยายามของตัวละครที่จะผ่านพ้นอุปสรรคปัญหาเหล่านั้นให้ได้แล้ว ยังมีส่วนช่วยให้คนดูอย่างเรา ๆ เกิดข้อคิดขึ้นมาได้ และยังให้ความเพลิดเพลินในการลุ้นไปกับทุกอุปสรรคของตัวละครได้อย่างดีอีกด้วยให้คะแนน : 8/10ข้อคิดท้ายรีวิวหลังจากดูจบผมก็ได้ข้อคิดว่า ต่อให้มีปัญหาหรืออุปสรรคต่าง ๆ เข้ามาในชีวิตไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือใหญ่ก็ตาม หากเราไม่ทำอะไรเลย และเลือกที่จะมองข้ามมัน เราก็จะรู้สึกจมกับปัญหาเหล่านั้นไปเรื่อย ๆ แต่ถ้าอยากที่จะก้าวผ่านมันไปให้ได้เราก็จงเงยหน้าขึ้นและเดินหน้าต่อไป แล้วปัญหาที่เรากำลังเผชิญอยู่นั้นก็จะถูกทิ้งไว้ข้างหลังของเราเองเมื่อเราผ่านมันไปได้ และตอนนี้ก็สามารถหามาดูได้ใน Netflix นะครับhttps://www.youtube.com/watch?v=CrN1y5w7x48เครดิตภาพ : magpictures ภาพปก / ภาพ 1 /  ภาพ 2 / Please Stand By : ภาพ 3 / ภาพ 4 / วีดีโอตัวอย่าง : Major Group จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !

รีวิวและเรื่องย่อซีรีส์จีน ลำนำรักเคียงบัลลังก์ Stand by me
อ่าน

รีวิวและเรื่องย่อซีรีส์จีน ลำนำรักเคียงบัลลังก์ Stand by me

ซีรีส์จีน ลำนำรักเคียงบัลลังก์ Stand by me เป็นซีรีส์จีนโบราณแนวแย่งชิงอำนาจภายในวังหลวง เรื่องราวความรักและการแก้แค้น โดยได้นักแสดงหนุ่มหล่อมากฝีมืออย่าง เฉิงอี้ (รับบทเป็น ฉีเหยียน) ประกบคู่กับนางเอกสาวสวยอย่าง จางอวี่ชี (รับบทเป็น เฉิงรั่วอวี๋และ อวี๋ปิงเอ๋อร์) ซึ่งเคมีของทั้งคู่นั้นเข้ากันได้เป็นอย่างดี เพราะพระเอกและนางเอกสวยหล่อเหมือนหลุดมาจากนิยายเลยค่ะ มาร่วมลุ้นและเอาใจช่วยกับความรักของทั้งคู่ไปพร้อม ๆ กันเรื่องย่อ บอกเล่าเรื่องราวของพี่น้องสองคนบุตรสาวของอัครมหาเสนาบดีผู้ที่จงรักภักดีต่อฮ่องเต้องค์ก่อน เมื่อถูกขันทีชั่ว ฉิวจื่อเหลียง (รับบทโดย เหอเฉิงหมิง) สั่งฆ่าล้างตระกูล และได้เปลี่ยนชื่อเป็น เฉิงรั่วอวี๋ (รับบทโดย จางอวี่ชี) มีตำแหน่งเป็นผู้ถือกระบี่แห่งอาภรณ์ม่วง รับใช้ฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน โดยพี่สาวนั้นได้ถูกรับเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรมของ ฉิวจื่อเหลียง  โดยได้เปลื่ยนชื่อเป็น ฉิวเยียนจือ (รับบทโดย เซวียนลู่) ฮ่องเต้ฉีเหยียน (รับบทโดย เฉิงอี้) ต้องการที่จะหลุดพ้นจากอำนาจของขันทีเฒ่า ฉิวจื่อเหลียง ก็เริ่มวางแผนที่จะฆ่าฮ่องเต้ เพื่อที่ตนเองนั้นจะสามารถชักใยได้อย่างง่ายดาย จึงให้ ฉิวเยียนจือ ปะทะฝีมือกับ เฉิงรั่วอวี๋ บ่อยครั้งทำให้สองพี่น้องนั้นต้องต่อสู้กันเอง โดยที่ทั้งสองนั้นจำกันไม่ได้ เมื่อทั้งคู่รู้ความจริงทำให้พวกนางร่วมมือกันและโค่นล้มอำนาจของขันทีชั่วเพื่อแก้แค้นให้กับตระกูล ความรักของ เฉิงรั่วอวี๋ กับ ฮ่องเต้ฉีเหยียน จะเป็นอย่างไรจะสมหวังหรือไม่ ร่วมลุ้นและเอาใจช่วยพวกเขากันค่ะรีวิว 9/10 คะแนนซีรีส์เรื่องนี้สมกับเป็นซีรีส์ฟอร์มยักษ์แห่งปี  โดยเฉพาะฉากในราชสำนักรวมถึงชุดแต่งตัวต่าง ๆ ล้วนอลังการงานสร้าง รวมถึงฉากต่อสู้ต่างๆก็ทำออกมาได้ดี โดยเฉพาะคู่พระนางนั้น เมื่อถึงฉากที่แสดงร่วมกันและทะเลาะกันไปมาก็แสดงออกมาได้น่ารักและฟินไปด้วยค่ะ พระเอกนางเอกสวยหล่อ ทำให้ดูไปก็เพลินตา โดยเฉพาะฉากที่พระเอกของเรานั้นรู้ตัวว่าใกล้จะตายก็แสดงออกมาได้ดี ว่ารักและเป็นห่วงนางเอกของเรา ทำให้คนดูน้ำตาไหลเอาใจช่วยพระเอกของเรากัน ฉากที่ชอบ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นทางด้านในเรื่องของการเขียนบทให้ตัวร้ายนั้นมีความฉลาดสามารถแก้ปัญหาและวางแผนแก้เกมกันได้อย่างสนุก เพราะหากเนื้อเรื่องเทไปที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้เปรียบบ่อยเกินไปก็จะไม่ได้ลุ้นเท่าไหร่ แต่เรื่องนี้ทั้งผู้กำกับและคนเขียนบททำออกมาได้ดีเนื้อเรื่องนั้นชิงไหวชิงพริบสลับกันได้เปรียบและเสียเปรียบจึงทำให้ซีรีส์เรื่องนี้มีเสน่ห์และน่าติดตามค่ะ ทำให้เรารู้สึกลุ้นและเอาใจช่วยไปด้วยเลยค่ะ  นักแสดงนำเฉิงอี้ รับบทเป็นฮ่องเต้หนุ่มฉีเหยียน ซึ่งเขานั้นขึ้นครองบัลลังก์ได้โดยความช่วยเหลือของขันทีชั่ว และเมื่อเขาต้องการที่จะกำจัดขันทีชั่วเพื่อต้องการที่จะบริหารบ้านเมืองให้ร่มเย็น สงบสุข ทำให้เขาต้องวางแผนชิงอำนาจคืนกลับมาจางอวี่ซี รับบทเป็น เฉิงรั่วอวี๋ เป็นบุตรสาวของอัครเสนาบดีที่รอดชีวิตพร้อมกับพี่สาว แต่ได้สูญเสียความทรงจำ และถูกนำมาเลี้ยงดูไว้ข้างกายฮ่องเต้หนุ่ม เมื่อรู้ความจริงเรื่องชาติกำเนิดเธอจะทำเช่นไรแนวทางซีรีส์ : โรแมนติก ดราม่า แย่งชิงอำนาจกำกับการแสดงโดย : Liu Guo Nan ,Zeng Li Zhen , Zhao Li Junจำนวนตอน : 49 ตอนช่องทางการออกอาศ : WeTV, TureID ขอบคุณรูปจาก weibo 与君歌官微 รูปที่ 1, 2 , 3 , 4 , 5 , 6 , 7 ภาพปก 1,2เกาะติดซีรีส์เรื่องใหม่ๆ App TrueID โหลดฟรี!

รีวิวของเล่น Stand by Me Doraemon ของเล่นชิ้นใหญ่สำหรับสายสะสม
อ่าน

รีวิวของเล่น Stand by Me Doraemon ของเล่นชิ้นใหญ่สำหรับสายสะสม

ย้อนกลับไปสมัยปี 2014 ทางญี่ปุ่นได้ปล่อยการ์ตูนโดราเอมอนภาคใหม่ในชื่อว่า Stand by Me Doraemon ที่หยิบหนึ่งในตอนจบของโดราเอมอนที่มีทั้งหมด 6  ครั้งมาสร้างใหม่ในฉบับการ์ตูนกราฟิกที่สวยงาม ที่บอกเล่าเรื่องราวของโดราเอมอนที่เพิ่มมาอยู่กับเด็กชายขี้แงอย่างโนบิตะแบบไม่เต็มใจ จนเซวาชิโหลนของโนบิตะต้องตั้งโปรแกรมว่า เมื่อใดที่คุณทวด(โนบิตะ)  สามารถอยู่ด้วยตัวเองได้แล้วโดราเอมอนถึงจะกลับไปอนาคตได้  นับจากนั้นทั้งคู่ก็ผ่านเรื่องราวต่างๆ ร่วมกันมา จนถึงเวลาที่โดราเอมอนต้องกลับโดยที่เขาจะไม่สามารถกลับมาที่นี่ได้อีก เพราะโปรแกรมสั่งแล้วจะแก้ไขไม่ได้ โนบิตะจึงพยายามไปชกกับไจแอนท์เพื่อให้โดราเอมอนสบายใจ ซึ่งตอนจบจะเป็นอย่างไรก็ไปรอดู เพราะนอกจากเรื่องนี้แล้วยังมีเรื่องของโนบิตะและชิซูกะด้วยบอกเลยว่าสนุก ส่วนของเล่นที่เราหยิบมารีวิวนั้นคือของสะสมในเรื่อง Stand by Me Doraemon มาดูกันว่าจะน่าสะสมขนาดไหนมาดูไปพร้อมกันเลย เริ่มจากตัวแรกกับตุ๊กตาโดราเอมอนจาก Stand by Me Doraemon ที่เป็นพลาสติกขนาดใหญ่ที่สูงถึง 12 ซม. กับขนาดตัวที่ใหญ่มากเต็มไม้เต็มมี โดยตัวนี้จะสามารถขยับแขนขึ้นลงขยับคอให้หมุนไปมารวมถึงขาที่สามารถจัดท่าต่างๆ ได้พอสมควร ซึ่งนับว่าดีมากๆ แต่ก็มีข้อเสียตรงที่ตัวพลาสติกเพราะบางมากๆ ขยับไม่ดีมีแตกแน่นอน และด้วยความที่เป็นของเก่าเก็บไว้นานๆ ส่วนที่เป็นสีขาวจะเหลืองตอนเก็บก็ระวังด้วย อีกตัวจากซีรีส์เดียวกันซึ่งเคยรีวิวไปแล้วกับถังป็อปคอร์น Stand by Me Doraemon ภาคแรกที่มีขนาดเล็กกว่าตัวแรกที่มีขนาด 10 ซม. ที่เป็นถังป็อปคอร์นที่ทำจากพลาสติกที่หนารูปร่างดีสวยงาม แต่ก็แลกมากับการขยับไม่ได้ ซึ่งข้อดีคือพลาสติกไม่เหลืองเอามาตั้งโชว์สวยงามมากๆ ส่วนราคาตอนนี้ก็ค่อนข้างแพงใครสนใจก็ตั้งกลั้นใจซื้อหน่อยก็จบกันไปแล้วกับการรีวิวแนะนำของสะสม  Stand by Me Doraemon หวังว่าจะชอบกัน ซึ่งภาคแรกนั้นมีของออกมาไม่เยอะ ขณะที่ภาคสองจะทำตัวโดราเอมอนได้ดีกว่าสวยกว่าราคาแพงกว่า เอาไว้มีโอกาสจะหยิบมารีวิวให้ได้ชมกัน ส่วนคราวหน้าจะเป็นการรีวิวอะไรก็รอติดตามกันได้ที่นี่ที่เดียวรูปทั้งหมดถ่ายโดย แมวสีฟฟ้าจากอนาคต  เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

อัน โบฮยอน : อดีตบนสังเวียนมวยสากล สู่นักแสดงชื่อดังใน Itaewon Class และ My Name | Main Stand
อ่าน

อัน โบฮยอน : อดีตบนสังเวียนมวยสากล สู่นักแสดงชื่อดังใน Itaewon Class และ My Name | Main Stand

"อัน โบฮยอน" นี่คือชื่อที่น่าจะคุ้นหูแฟนซีรีส์เกาหลีเป็นอย่างดี เพราะดาราหนุ่มรูปหล่อรายนี้กำลังมาแรงในช่วงปีที่ผ่านมา จากบทวายร้ายของซีรีส์ดราม่าชื่อดัง Itawon Class รวมถึงบทบาทพระเอกในซีรีส์อาชญากรรม My Name ที่กำลังเป็นที่นิยมใน Netflix แต่คุณรู้หรือไม่ว่า ? กว่า อัน โบฮยอน จะก้าวมาเป็นนักแสดงแถวหน้าอย่างทุกวันนี้ เขาผ่านเส้นทางอาชีพมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็น นายแบบ หรือ นักมวย โดยดาราเจ้าของส่วนสูง 187 เซนติเมตร เรียนจบจากโรงเรียนกีฬาในสาขามวยสากล และเคยคว้าเหรียญทองในการแข่งขันระดับชาติมาแล้ว Main Stand ขอชวนคุณย้อนดูการเดินทางของ อัน โบฮยอน ตั้งแต่วันที่เขายังเป็นนักมวยสากล จนถึงจุดพลิกผันที่เปลี่ยนให้เขาเดินสู่วงการบันเทิง และหาคำตอบว่าอาชีพใดคือความฝันที่เขาหลงรักกันแน่ มวยสากล เส้นทางเดินที่ไม่ได้เลือก นักแสดง, นักมวย และนายแบบ นี่คือสามอาชีพที่ผ่านเข้าสู่ชีวิตตลอด 33 ปี ของ อัน โบฮยอน โดยการต่อสู้บนผืนผ้าใบคือเส้นทางแรกที่เขาเลือกเดิน แม้ความจริงเจ้าตัวจะไม่เคยมีความฝันในการเป็นนักมวยอาชีพเลยสักครั้ง... อัน โบฮยอน เกิดและเติบโตในเมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ เขาเป็นเด็กที่มีร่างกายแข็งแรง และชอบออกกำลังกายเป็นประจำมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งความกำยำของเขาไปเข้าตาแมวมองจากโรงเรียนกีฬาปูซาน ที่ต้องการให้โบฮยอนเข้าศึกษาต่อในระดับมัธยมกับโรงเรียน โดยเลือกวิชา "มวยสากล" เป็นสาขาเอก Photo :mway2.tistory.com กล่าวตามตรงแทบไม่มีเหตุผลให้โบฮยอนตอบรับข้อเสนอดังกล่าว เพราะนอกจากเจ้าตัวจะไม่สนใจกีฬามวยสากลมาก่อน พ่อแม่ของเขายังคัดค้านการเข้าโรงเรียนกีฬาสุดฤทธิ์ เนื่องจากไม่ต้องการให้ลูกขึ้นไปเจ็บตัวบนเวทีมวย แต่ท้ายที่สุด โบฮยอน ก็ตัดสินใจลองไปฝึกซ้อมและชกมวยดู ก่อนจะพบพรสวรรค์ที่ซ่อนอยู่ในตัวเขา โบฮยอนกลายเป็นนักมวยฝีมือดีที่ดูมีอนาคตไกล เขาจึงตัดสินใจเข้าศึกษาต่อในระดับมัธยมกับโรงเรียนกีฬาปูซาน และเลือกกีฬามวยสากลเป็นสาขาเอก และถึงแม้เจ้าตัวจะไม่เคยคิดฝันถึงการเป็นนักกีฬามาก่อน แต่โบฮยอนก็ฝึกซ้อมอย่างหนัก เพื่อพัฒนาฝีมือของตัวเองให้ดีและดียิ่งขึ้น จนเจ้าตัวแทบไม่ได้เล่นกีฬาอื่นเลย เนื่องจากทุ่มเวลาไปกับกีฬามวยทั้งหมด มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับเด็กหนุ่มชาวปูซาน ... โบฮยอนได้รับอาการบาดเจ็บหลายครั้งระหว่างการชกมวย โดยเฉพาะอาการบาดเจ็บบริเวณกระดูกนิ้วมือที่ผ่านการหักมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งเรื่องนี้ทำให้พ่อแม่ของโบฮยอนเป็นกังวลใจมาก และเริ่มจะแนะนำให้ลูกชายเลือกทางเดินอื่นในชีวิต ไม่ใช่เรื่องง่ายที่โบฮยอนจะตัดสินใจถึงอนาคตของตัวเอง เพราะตลอด 6 ปีในช่วงเวลาวัยมัธยม เขาใช้ชีวิตอยู่ในรั้วโรงเรียนกีฬามาโดยตลอด และถึงแม้จะฝึกหนักและเจ็บตัวจนแทบหมดพลังงานในการใช้ชีวิต แต่โบฮยอนก็ถือว่าเป็นนักมวยที่มีความสามารถเป็นอย่างมาก เขาเคยคว้าเหรียญทองในการแข่งขันมวยสมัครเล่นระดับประเทศ รวมถึงคว้ารางวัลจากการแข่งขันที่จัดขึ้นภายในเมืองปูซานได้หลายครั้ง เหตุผลหนึ่งที่ทำให้โบฮยอนพิชิตชัยชนะบนเวทีมวยอย่างง่ายดาย คือส่วนสูงที่มากถึง 187 เซนติเมตร เมื่อบวกกับร่างกายแสนกำยำ เขาไม่ต่างจากเฮอร์คิวลิสจอมพลังที่ไล่อัดคู่ต่อสู้แบบสบาย ๆ ซึ่งร่างกายที่สมบูรณ์แบบราวกับเทพจุติมาเกิดบนมนุษย์โลกของโบฮยอนนั้น ไม่ได้เข้าตาผู้คนในวงการมวยสากลอย่างเดียว แต่ยังไปเข้าตาแมวมองจากวงการเดินแบบด้วย Photo :somlove.tistory.com โบฮยอนจึงได้รับคำเชื้อเชิญให้เข้ามาทำงานในวงการเดินแบบ และถูกแนะนำให้ศึกษาต่อในสาขาโมเดลและแฟชั่น ซึ่งถือเป็นการหันหลังให้แก่วงการกีฬาและทุกสิ่งที่เขาเรียนรู้มาในชีวิตมัธยม ทางโบฮยอนเองก็ได้นำข้อเสนอนี้ไปขบคิด เนื่องจากตัวเขาเองไม่มั่นใจกับอนาคตบนเส้นทางนักสู้มากนัก เนื่องจากกีฬามวยสากลไม่เป็นที่นิยมในประเทศเกาหลีใต้สักเท่าไหร่ สองเส้นทางที่เขาถูกแนะนำให้เลือกเดิน ไม่ว่าจะเป็น นักมวย หรือ นายแบบ ทั้งหมดต่างไม่ใช่อาชีพในฝันของโบฮยอนทั้งสิ้น ในที่สุดโบฮยอนจึงกลับไปมองความต้องการที่แท้จริงของเขา ซึ่งนำมาสู่คำตอบสำคัญในชีวิต และช่วยให้เขาเลือกเดินบนเส้นทางที่ถูกต้องและประสบความสำเร็จอยู่ในปัจจุบัน เดินหน้าสู่วงการบันเทิง "ผมชกมวยตลอดช่วงมัธยมต้นและมัธยมปลาย แถมยังใช้ชีวิตอยู่ที่ปูซานอีก เพราะฉะนั้นผมไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งจะก้าวเข้ามาทำงานในวงการบันเทิงได้" โบฮยอน เริ่มต้นเล่าถึงจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขากลายเป็นนักแสดงอย่างทุกวันนี้ "แต่ระหว่างที่ผมชกมวย ผมมักจะไปดูหนังกับเพื่อนเป็นกลุ่มใหญ่เสมอ หลังจากดูหนังเหล่านั้นมาก ๆ เข้า ผมก็คิดอยากจะเป็นนักแสดงขึ้นมา แต่ผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการแสดงเลย" "ผมจึงคิดว่า ลองไปเริ่มต้นจากการเดินแบบดูแล้วกัน ผมเลยยื่นเข้าคณะเดินแบบในมหาวิทยาลัยไป ซึ่งผมก็โชคดีนิดหน่อย เพราะเหรียญทองจากการแข่งขันชกมวยมันช่วยให้ผมเข้าเรียนต่อที่นั่นจนได้" Photo : FNENTERTAINMENT |365daysofsexy.tumblr.com ภาพยนตร์สองเรื่องที่มีอิทธิพลต่อชีวิตของโบฮยอนมาก คือ Champion (2002) หนังที่เล่าเรื่องราวชีวประวัติของ คิม ดึกกู นักมวยที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์เกาหลีใต้ ซึ่งเสียชีวิตบนสังเวียนในปี 1982 และ Crying Fist (2005) ภาพยนตร์น้ำดีอีกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวงการมวย ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในเกาหลีใต้ และได้เข้าฉายในรอบ Directors' Fortnight ที่เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ปี 2005 โบฮยอนประหลาดใจมากหลังจากได้ชมภาพยนตร์ทั้งสองเรื่อง เพราะท่วงท่าการชกของนักแสดงบนหน้าจอ ลอกเลียนจากนักมวยอาชีพแบบไม่มีผิดเพี้ยน เขาหลงไหลศาสตร์การแสดงแทบจะในทันที พลางคิดในใจว่าหากนักแสดงยังสามารถชกมวยบนจอภาพยนตร์ได้ดีขนาดนี้ เขาที่เป็นนักมวยตัวจริงย่อมถ่ายทอดการแสดงที่ยอดเยี่ยมกว่านั้นออกมาได้อย่างแน่นอน ความฝันที่ติดแน่นในใจของโบฮยอนนี้ ช่วยให้เขาตัดสินใจหันหลังให้กับวงการกีฬาอย่างเต็มตัว ด้วยการเข้าศึกษาต่อในสาขาเดินแบบ คณะศิลปะแฟชั่นและการเดินแบบ มหาวิทยาลัยแดคยอง และเริ่มต้นอาชีพในฐานะนายแบบ ซึ่งโบฮยอนหวังใช้เส้นทางนี้ต่อยอดไปสู่เส้นทางการแสดงในอนาคต โบฮยอนประสบความสำเร็จตามฝันที่ตั้งใจไว้ เพราะหลังจากโลดแล่นอยู่บนแคตวอล์กนาน 5 ปี เขาตัดสินใจหันหลังให้กับวงการเดินแบบและมุ่งหน้าสู่สายการแสดงเต็มตัว ซึ่งขณะนั้นนายแบบที่เปลี่ยนอาชีพเป็นนักแสดงกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากกระแสของ คิม อูบิน ที่โด่งดังแบบฉุดไม่อยู่จากเรื่อง School 2013 และ The Heirs Photo :mydramalist.com อดีตนักมวยจากเมืองปูซานจึงได้เดบิวต์ในวงการบันเทิงกับซีรีส์เรื่อง Golden Cross ที่ออกฉายในปี 2014 และต้องรับบทเป็นตัวประกอบอยู่นานราว 4 ปี โดยซีรีส์ที่โด่งดังมากที่สุดและได้โอกาสเข้าไปมีส่วนร่วม คือ Descendants of the Sun ที่ออกฉายในปี 2016 โดยเขารับบทเป็น อิม กวังนัม จ่าทหารผู้เชี่ยวชาญด้านระเบิดในทีมของพระเอก กว่าโบฮยอนจะก้าวขึ้นมาเป็นนักแสดงนำของดราม่าจริง ๆ ต้องรอถึงปี 2019 เมื่อเขาได้รับบทนำในเรื่อง Her Private Life ก่อนจะตามมาด้วยบทบาท จาง กึนวอน วายร้ายของเรื่อง Itaewon Class ซึ่งตัวละครนี้เองที่ทำให้ชื่อเสียงของโบฮยอนในฐานะนักแสดงดังเป็นพลุแตก จากการตีบทแตกจนถอดแบบตัวละครดังกล่าวที่ปรากฏบนเว็บตูนอันเป็นต้นฉบับลงสู่จอโทรทัศน์แบบไม่มีผิดเพี้ยน Photo :imdb.com Photo :newsfounded.com ความสำเร็จของโบฮยอนใน Itaewon Class ช่วยให้เขาคว้าบทบาท จอน พิล-โด พระเอกของซีรีส์เรื่อง My Name ซีรีส์แนวแอ็กชั่น-อาชญากรรมที่ออกฉายพร้อมกันทั่วโลกผ่านทาง Netflix ซึ่งความร้อนแรงของนักแสดงรายนี้ยังไม่จบลง เพราะในปี 2022 เขาได้จองตำแหน่งพระเอกของละครเรื่องใหม่ที่จะออกฉายทางช่อง tvN ไว้เรียบร้อยแล้ว อีกสักครั้งบนเวทีต่อสู้ ถึงแม้ มวยสากล กับ อัน โบฮยอน จะเดินทางเป็นเส้นขนานนับตั้งแต่เจ้าตัวหันหน้าเข้าสู่วงการเดินแบบ แต่ใช่ว่าเขาจะไม่เคยสวมนวมขึ้นสังเวียนอีกเลย เพราะย้อนกลับไปในปี 2016 โบฮยอน เคยขึ้นชกในแมตช์การกุศล แถมยังเป็นการต่อสู้แบบ MMA เสียด้วย Photo :skyblog1.tistory.com รายการดังกล่าวมีชื่อว่า Angel's Fighting Championship ซึ่งเป็นค่ายศิลปะป้องกันตัวแบบผสมในประเทศเกาหลีใต้ ที่ได้จัดแมตช์พิเศษเป็นกิจกรรมการกุศลเพื่อระดมทุนช่วยเหลือเด็กที่ป่วยด้วยโรคต่าง ๆ ที่พบเจอได้ยากและไม่อาจรักษาให้หายได้ โดย อัน โบฮยอน มีโปรแกรมพบกับดาราแอกชั่นรายหนึ่งจากประเทศเวียดนาม ที่ชื่อว่า "คาน ซี ต่อง""ผมกำลังถ่ายละครอยู่ และผมได้รับการแจ้งข่าวว่า ตัวผมเองสามารถช่วยเหลือเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือได้ เพราะฉะนั้น ผมดีใจมากที่มีส่วนร่วมกับการชกครั้งนี้ ผมหวังว่าแมตช์นี้จะช่วยให้ให้เด็กเหล่านั้นแข็งแกร่งและมีกำลังใจมากขึ้น" โบฮยอน ให้สัมภาษณ์ถึงสาเหตุที่ขึ้นชกแมตช์การกุศลนี้ เมื่อเสียงระฆังดังขึ้น โบฮยอน แสดงทักษะหมัดมวยที่เขาเก็บซ่อนมานาน การชกดำเนินไปไม่ถึงหนึ่งนาที เขาก็รัวหมัดจนส่งคู่ต่อสู้ลงไปกองบนพื้นได้สำเร็จ และหลังจากซัดหมัดขวาเข้าไปเต็มหน้าดาราชาวเวียดนามอีกครั้ง การต่อสู้จึงยุติลง เพราะคู่ต่อสู้ของเขาขอยอมแพ้ โบฮยอนจึงเอาชนะในไฟต์ดังกล่าวอย่างง่ายดาย หลังเวลาผ่านไปไม่ถึง 2 นาที การชกครั้งนี้ของโบฮยอนเพิ่งมาโด่งดังในช่วงรอบปีที่ผ่านมา หลังเขามีชื่อเสียงจากซีรีส์เรื่อง Itaewon Class ความลับที่เขาเคยเป็นนักมวยในสมัยเรียนจึงไม่ใช่เรื่องที่ถูกปกปิดอีกต่อไป และทุกวันนี้ประวัติที่เขาเคยเป็นนักมวยมาก่อนแทบจะถูกเขียนในทุกบทสัมภาษณ์ที่เขาไปปรากฏตัวตามสื่อต่าง ๆ เส้นทางของนักแสดงหนุ่มคนนี้จึงยังอีกยาวไกล น่าติดตามเหลือเกินว่า สักวันหนึ่ง อัน โบฮยอน จะได้โอกาสโลดแล่นบนภาพยนตร์ด้วบบทบาทนักมวยอย่างที่เขาฝันไว้หรือไม่ ? แต่จนกว่าจะถึงวันนั้น แฟนคลับของดารารูปหล่อรายนี้สามารถติดตามการแสดงของเขาได้ทางซีรีส์เรื่อง My Name ซึ่งคุณจะได้เห็นโบฮยอนออกลีลาต่อสู้ดุเดือดไม่แพ้บนสังเวียนแน่นอน แหล่งอ้างอิง https://youandmelovelove.tistory.com/389https://nc.asiae.co.kr/view.htm?idxno=2020051516591846251https://www.yna.co.kr/view/AKR20160225201200033https://namu.wiki/w/%EC%95%88%EB%B3%B4%ED%98%84(%EB%B0%B0%EC%9A%B0)https://namu.wiki/w/%EB%8C%80%EA%B2%BD%EB%8C%80%ED%95%99%EA%B5%90#s-3.4https://en.wikipedia.org/wiki/Champion_(2002_film)https://en.wikipedia.org/wiki/Crying_Fist ข่าวที่เกี่ยวข้อง เจมส์ มิลเนอร์ : แข้งธรรมดาที่ไหลผ่านกระแสฟุตบอลโดยใช้ทัศนคติเป็นเข็มทิศ | Main Stand วิธีเอาชนะตั้งแต่จ้องตา : จากไฟต์ประเดิมถึงเเชมป์สมัยแรกของ ไมค์ ไทสัน | Main Stand ดูสดฟรี!! ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ทุกสัปดาห์ พร้อมกีฬาชั้นนำระดับโลกแบบจัดเต็ม ต้อง App TrueID เท่านั้น รวมข้อมูลแก้ไขปัญหาการใช้งาน รับชม หรือโปรโมชันกิจกรรมต่างๆ คลิกที่นี่ อัพเดทข่าว ผลบอล พรีเมียร์ลีก แบบทันใจ พร้อมวิเคราะห์คู่เด่นในรอบสัปดาห์ ส่งถึงมือคุณคลิกเลย!! bit.ly/2PsYXMG หรือ กด *301*32# โทรออก หรือ อัพเดทข่าวบอลไทยลีก กด*301*36#โทรออก

▶️คลิป : DIY Wood Plant Stand: ทำขาตั้งกระถางต้นไม้ด้วยอุปกรณ์ที่มีอยู่ที่บ้าน
อ่าน

▶️คลิป : DIY Wood Plant Stand: ทำขาตั้งกระถางต้นไม้ด้วยอุปกรณ์ที่มีอยู่ที่บ้าน

แค่มีขากระถางต้นไม้มาไว้สำหรับวางต้นไม้ในบ้านก็ทำให้บ้านดูดีและ Minimal มาก แต่ถ้าจะซื้อแบบสำเร็จรูปมาราคาก็แพงมากๆ งั้นก็ซื้อมาทำกันเองดีกว่าค่ะทุกคน ลงทุนเท่ากันแต่ได้ขารองกระถางมาตั้ง 3-4 อัน แถมใช้เพียงแค่อุปกรณ์ที่มีอยู่ในบ้าน ซึ่งจะใช้อะไรบ้างและวิธีทำทำยังไงมาชมกันได้เลย⭐ อุปกรณ์ ⭐1. ไม้2. ไขควงหัวแบน3. เลื่อย4. ค้อน5. สกรูยึดไม้6. ตลับเมตร7. สว่าน8. ปากกา9. กระถางต้นไม้☁️ วิธีทำ ☁️1. วัดขนาดขากระถางที่เราต้องการ ที่ขนาดความสูงตามที่เราต้องการได้เลย ส่วนขนาดความความกว้างวัดได้จากขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของที่รองกระถาง + 1 ซม.2. จากนั้นก็วัดให้ได้ขนาดที่ต้องการและตัดออกมา3. ตัดตามความกว้าง 2 ชิ้น สำหรับส่วนประกอบตามรูป4. ตัดตามความยาว 4 ชิ้น สำหรับส่วนประกอบตามรูป5. จากนั้นนำมาเจาะร่องสำหรับการขัดของไม้รองใต้กระถางทั้ง 2 อัน ที่ความกว้างของไม้ หาร 2 จะเท่ากับความสูงของร่อง และความหนาของไม้จะเท่ากับความกว้างของร่อง6. เริ่มจากเลื่อยบริเวณด้านยาวทั้งสองฝั่ง จากนั้นใช้ไขควงกับค้อนในการตอกด้านกว้างออกมา7. นำไม้ทั้ง 2 มาขัดกัน8. วัดตำแหน่งที่จะเจาะสกรูยึดไม้รองกระถาง โดยการเจาะนำก่อน จากนั้นวางสกรูและไขเข้าไปได้เลย ซึ่งเราจะทำกับทั้ง 4 ขา เลย9. แค่นี้ขากระถางต้นไม้ก็เสร็จเรียบร้อยแล้วและหากมีข้อสงสัยหรืออยากให้บีแชร์อะไรเพิ่มเติมก็ Comment มาคุยกันได้เลยนะคะ 🥰และอย่าลืมติดตามบีทางช่องทางอื่นๆ ด้วยนะคะ💖 Let's be friends 💖☁ Youtube☁ Facebook☁ Instagram☁ Tiktok☁ Twitter☁ Pinterest☁ LINE Official Account☁ TrueID In-Trend☁ Blockdit☁ Pantip☁ Dek-D☁ Websiteเครดิตภาพประกอบทั้งหมด / วีดีโอคลิป : ผู้เขียน  เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน  App TrueID โหลดเลย ฟรี ! 

รีวิว My Secret Romance รักสุดใจ One Night Stand  #EngagementCampaign
อ่าน

รีวิว My Secret Romance รักสุดใจ One Night Stand #EngagementCampaign

เราทุกคนน่าจะจดจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวัยเด็ก ในวัยรุ่นได้ ทั้งเรื่องดีและไม่ดี บางครั้งเรื่องราวเหล่านั้นเหมือนว่าเราจะลืมมันไปแล้วด้วยซ้ำแต่กลับแว้บเข้ามาในความรู้สึก หรือบางขณะที่เรากำลังฟังเพลง กำลังดูหนังเรื่องนั้นเรื่องนี้อยู่ ความทรงจำที่เคยหายไปในอดีต ก็ได้กลับย้อนคืนมาให้เราได้หวนระลึกถึงอีกครั้ง เคยสังเกตกันบ้างมั้ยว่า จริง ๆ แล้วอาจมีบางความทรงจำที่เป็นความลับและเราอยากเก็บมันไว้คนเดียวตลอดกาลนั้น ได้กลับมาส่งผลสั่นสะเทือนความรู้สึกเราได้ในห้วงปัจจุบัน เช่นเดียวกับเรื่องราวใน My Secret Romance 애타는로맨스 รักสุดใจ One Night Standอียุนมี ที่รับบทโดย ซงจีอึน (Song Ji Eun) มีความทรงจำวัยเด็กที่มีแม่เป็นดาราหนังโป๊ เธอจึงมักถูกเพื่อน ๆ และสังคมรอบตัว bully ตลอดเวลา จนทำให้เธอกลายเป็นหญิงสาวที่ไม่กล้าแม้แต่จะคิดมีแฟน เพราะกลัวว่าจะถูกสังคมมองว่าเป็นคนใจง่าย เธอมีชีวิตอยู่อย่างระมัดระวังตัวเอง เข้มงวดกับตัวตน แต่งตัวมิดชิดตลอดเวลา แต่อียุนมีก็เป็นคนที่น่ารักสดใสมองโลกในแง่ดี ขณะที่ชาจินอุก รับบทโดย ซองฮุน (Sung Hoon) นั้นเป็นลูกชายเจ้าของธุรกิจชุดชั้นในชาย หน้าตาดี มีข่าวอื้อฉาวกับสาว ๆ มากมาย โชคชะตาทำให้สองคนได้มาพบมาเจอกัน จนมีความสัมพันธ์แบบ One Night StandMy Secret Romance ออนแอร์ไปเมื่อปี 2560 เป็นซีรีส์ของช่อง OCN ซึ่งเป็นช่องเคเบิ้ลที่ไม่ได้รับความนิยมมากนัก แต่เมื่อลงโปรแกรม My Secret Romance ก็ทำให้ช่องมีความร้อนแรงขึ้นมาทันที Rating วิ่งทะยานไปที่ระดับ 5 กันเลยทีเดียว นับว่าสูงมากสำหรับช่องเคเบิ้ล และขณะนี้ใน Netflix ก็ติดอันดับ Top 10 ไปแล้วด้วยแม้ว่า My Secret Romance จะดูเป็นหนังรักโรแมนติก หวาน ๆ ใส ๆ ทั่วไป แต่สิ่งที่เป็นจุดขายเป็นเรื่องของบทเลิฟซีนอินเลิฟที่ทั้งคู่แสดงได้ดี พร้อมกับเพลงประกอบที่เพราะหวานซึ้ง ส่งให้บทและเรื่องราวเข้มข้นยิ่งขึ้น จนทำให้สาว ๆ ดูแล้วฟินอิ่มเอมอารมณ์ ดูไปจิกหมอนไป จนกลายเป็นกระแสและได้รับความนิยมอย่างมาก ทำให้เป็นแรงจูงใจอย่างดีให้ติดตามต่อเนื่อง จุดเด่นอีกด้านก็เป็นเนื้อหาของหนังที่พยายามสะท้อนภาพถึงความทรงจำร้าย ๆ ในวัยเด็กที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตในวัยที่เติบโตแล้ว การปิดกั้นตัวเอง การสร้างเกราะกำแพงขึ้นมา เหมือนเป็นการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับตัวเอง เป็นสิ่งที่หนังพยายามสื่อผ่านพฤติกรรมของอียุนมี เธอยังยึดมั่นในขนบเดิม ๆ และไม่อาจหลุดพ้นจากร่มเงาความทรงจำในอดีต เรื่องราวในวัยเด็กที่ยังคอยตามหลอกหลอน กลัวจะต้องเผชิญกับความเจ็บปวดเหมือนในอดีต ทำให้เธอวิ่งหนีตัวเอง วิ่งหนีความรัก ทั้งที่หัวใจของเธอได้ยอมรับมันไปแล้วชาจินอุก หนุ่มรูปหล่อ เสน่ห์แรง แถมเป็นทายาทเศรษฐี ใช้ชีวิตอยู่บนความฟุ้งเฟ้อ ไม่สนใจการทำงาน สนุกสนานไปวัน ๆ แท้จริงแล้วก็มีความทรงจำในอดีตที่รวดร้าวเช่นกัน มีปมที่พ่อกับแม่หย่าร้างกัน จนต้องพรากจากแม่ตั้งแต่วัยเด็ก ถูกพ่อเลี้ยงดูมาโดยตลอด แต่ลึก ๆ แล้วในหัวใจของชาจินอุก นั้นมีความรัก ความทรงจำ ความอบอุ่น ในช่วงเวลาที่ได้อยู่กับแม่ในวัยเด็ก คอยหล่อเลี้ยงให้เขามีชีวิตอย่างมีความหวังขึ้นมาได้ถึงแม้ความสัมพันธ์เป็นแบบ One Night Stand แต่เรื่องราวความทรงจำในเหตุการณ์นั้นของทั้งคู่ ได้ส่งผลให้กลายเป็นจุดเปลี่ยนในการใช้ชีวิตของทั้งสองคน ทั้ง อียุนมี และ ชาจินอุก โดยที่ชาจินอุกจากที่เป็นเพลย์บอย สนุกสนานไปวัน ๆ ก็กลับกลายเป็นคนบ้างานจนประสบความสำเร็จ แต่ อียุนมี ก็กลับเก็บตัวมากขึ้น หลบอยู่เฉพาะในพื้นที่ปลอดภัยของตัวเอง ยังคงหวาดกลัวไม่กล้าที่จะสานสัมพันธ์ให้จริงจัง ก็เพราะกลัวความผิดหวังนั่นเองMy Secret Romance พยายามสะท้อนภาพพ่อชาจินอุกที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจ และต้องการให้ลูกทำหน้าที่เป็นผู้สืบทอด ขณะเดียวกันก็วางแผนกำหนดอนาคตให้ทุกอย่าง ด้วยการเลือกคู่ครองให้ โดยไม่สนใจว่า ชาจินอุก จะรู้สึกอย่างไร ต้องการมีชีวิตตามแบบที่พ่อกำหนดหรือไม่ ขณะอีกด้านหนึ่งที่แม่ของอียุนมี ก็สนใจเฉพาะความสุขความต้องการของตัวเอง จนลืมมองปัญหาหรือผลกระทบที่ลูกได้รับจากการกระทำของตัวเองแม้ในช่วงท้าย ๆ ของ My Secret Romance บทอาจจะอ่อนไปบ้าง แต่เรื่องราวดี ๆ ที่หนังแทรกเอาไว้ได้อย่างลงตัวและกลมกลืน ความรักความสัมพันธ์แบบ One Night Stand ที่อาจจะดูเหมือนเป็นไปได้ยากยิ่งที่จะกลับกลายมาเป็นความรักที่ยืนยงได้ แต่หนังก็ได้เชื่อมร้อยเรื่องราววัยเด็กของทั้งสอง จนทำให้มองเห็นภาพการใช้ชีวิตของแต่ละครอบครัว และผูกโยงมาถึงการโหยหาความรักที่แท้จริง ความปรารถนาที่จะมีครอบครัวที่อบอุ่น ไม่มีการหย่าร้าง และที่สำคัญที่สุดก็คือลูก ๆ ของพวกเขา จะต้องไม่พบเจอชะตากรรมเช่นเดียวกันกับที่พวกเขาพบเจอมาในอดีต My Secret Romance สามารถรับชมได้ทาง True ID หรือทาง Netflix My Secret Romance กำกับโดย คัง ซุลวู นำแสดงโดย ซองฮุน ซองจีอึนขอบคุณภาพประกอบ My Secret Romance เงื่อนไข - เข้าร่วมสนุกกิจกรรมได้ตั้งแต่วันนี้ - 31 พ.ค. 63 เวลา 12.00 น. - ให้ คอมเมนต์ตอบคำถามตามโจทย์ด้านบน และ ระบุ ชื่อและอีเมล ในคอมเมนต์นั้น ๆ ด้วย- ประกาศผลผู้ที่ได้รับรางวัล 3 ท่าน ในวันที่ 31 พ.ค. 63 เวลา 18.00 น.- Code Wemall จะถูกส่งไปยังอีเมลของผู้ที่ได้รับรางวัลทั้ง 3 ท่าน ภายใน 7 วันทำการ- การคัดเลือกผู้ที่ได้รับรางวัลเป็นสิทธิ์ของเจ้าของบทความเท่านั้น (ทาง TrueID In-Trend ไม่มีส่วนในการคัดเลือก) 

รีวิวซีรีส์ Stand by Me (2023) เรื่องราวการเปลี่ยนผ่านของช่วงวัยของหลิ่วฉีฉี
อ่าน

รีวิวซีรีส์ Stand by Me (2023) เรื่องราวการเปลี่ยนผ่านของช่วงวัยของหลิ่วฉีฉี

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ ที่น่ารักทุกคน ไหนใครเป็นคอซีรีส์จีนกันบ้างเอ่ย วันนี้จะพาเพื่อน ๆ มารีวิวอีกหนึ่งผลงานซีรีส์เรื่อง Stand by Me (2023) ที่จะมาเล่าเรื่องราวชีวิตที่เปลี่ยนผ่านของช่วงวัยของตัวละครหลิ่วฉีฉี เธอคนนี้ผู้เคยเบิกบานแต่ถูกพรากความสุขไปอย่างน่าใจหาย เอาเป็นว่าไปตามอ่านกันเลยดีกว่าว่าผลงานการแสดงเรื่อง Stand by Me (2023) จะสนุกสนานขนาดไหน ตัวละครไหนที่ทำให้ตกหลุมรัก องค์ประกอบของฉากเป็นอย่างไร ต้องไปตามดูกันเลยกับรีวิวซีรีส์ Stand by Me (2023) เรื่องราวการเปลี่ยนผ่านของช่วงวัยของหลิ่วฉีฉีชื่อเรื่อง : Stand by Me (2023)จำนวนตอน : 30 ตอนประเภท : ดราม่า / วัยรุ่น  / โรแมนติก / ครอบครัวรับชมได้ทาง : Mango TVเรื่องย่อผลงานซีรีส์เรื่องนี้เป็นการเล่าเรื่องราวของเด็กสาวอย่างหลิ่วฉีฉี เธอคนนี้เป็นคนที่เกิดมาในครอบครัวที่ไม่ค่อยจะยอมรับในตัวตนของเธอสักเท่าไหร่ ในช่วงเป็นเด็กเธอได้ใช้ชีวิตร่วมกับคุณตา คุณตาผู้เป็นคนมอบความสุขให้กับเธอ เธอมีความสุขทุกครั้งที่ได้ใช้ช่วงเวลาอยู่คุณตา แต่แล้วเธอก็โดนพรากความสุขในวัยเยาว์ตลอดกาล เพื่อมาอยู่กับแม่ในตัวเมือง หลังจากนั้นเธอก็กลายเป็นคนที่ดื้อดึง ไม่สนโลก ไม่แคร์ใคร แต่ก็มีคนที่ยืนมือเข้ามาช่วยเธอให้หลุดพ้นจากความทุกข์ร้อนในใจอย่าง สวีเซี่ยวป๋อ หนุ่มหล่อแสนดีที่มาเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ปลอดภัยให้แก่หลิ่วฉีฉี แน่นอนว่าความสัมพันธ์ของเขาทั้งสองบางครั้งมันอาจจะดูเหมือนล้ำเส้นคำว่าเพื่อนไปบ้าง แต่บางครั้งมันก็เป็นเรื่องปกติธรรมดาของเพื่อนทั่วไป เป็นอีกหนึ่งความสัมพันธ์ที่อธิบายค่อนข้างยากมาก เอาเป็นว่าเรามาตามลุ้นกันต่อว่าความสัมพันธ์นี้จะเป็นอย่างไร หรือจะมีบุคคลที่สามเข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญนักแสดง จ้าวจินม่าย รับบทเป็น หลิ่วฉีฉี ตัวละครหลิ่วฉีฉีเป็นอีกหนึ่งตัวละครสำคัญที่มาสร้างสีสันของเรื่องให้น่าดูน่าชมมากยิ่งขึ้น ในเรื่องจะได้เห็นหลิ่วฉีฉีที่มีความดื้อหน่อย ๆ แอบก้าวร้าวด้วย แน่นอนว่าการแสดงออกถึงพฤติกรรมดังกล่าวยอมมีที่มา เธอมักจะถูกเพื่อนที่โรงเรียนกลั่นแกล้งเธออยู่บ่อยครั้ง แต่ด้วยความที่เธอไม่ยอมใครง่าย ๆ ก็ต้องสู้ จนต้องเข้าห้องปกครองนับครั้งไม่ถ้วนไป๋ยูฟาน รับบทเป็น สวีเซี่ยวป๋อ เพื่อนสนิทของหลิ่วฉีฉี หนุ่มคนนี้เป็นคนที่คอยปกป้องและช่วยเหลือนางเอกเสมอมา ไม่ว่านางเอกจะไปก่อเหตุอะไรที่ไหนอย่างไร หนุ่มสวีเซี่ยวป๋อของเราก็จะออกโรงมาช่วยได้ทันเวลาพอดี ซึ่งมันทำให้หลาย ๆ ครั้งหลิ่วฉีฉีเองก็แอบมีไหวหวั่นให้กับความน่ารักของสวีเซี่ยวป๋อเบา ๆ อยู่เหมือนกันอู๋ เจียไค รับบทเป็น ซ่างจุน หนุ่มหล่อผู้ที่ฮอตปรอทแตกทั่วทั้งโรงเรียน เขาคนนี้ถูกจัดว่าเป็นคนที่ป๊อปที่สุด สาว ๆ กรี๊ดกันสนั่นโรงเรียน และเป็นอีกหนึ่งตัวละครที่น่าจับตามองว่า เขาจะเข้ามามีความสัมพันธ์กับนางเอกหลิ่วฉีฉีในรูปแบบไหน เพื่อน คนรู้จัก หรือแฟน แอบมาลุ้นกันต่อนะคะรีวิวองค์ประกอบของฉากผลงานซีรีส์เรื่องนี้มีฉากที่ปังมาก ปังในที่นี่อาจจะไม่ใช่งานกราฟิกที่ดูหรูหราหมาเห่าแต่อย่างใด แต่เป็นในเรื่องของ Mood and Tone ของภาพที่ดูแล้วเพลินตามาก ๆ ในเรื่องนี้เป็นการเล่าย้อนไปในยุคปี 80-90 มันจะมีความคลาสสิคของเนื้อในฉาก ไม่ว่าจะเป็นการเซตกลุ่มคนที่มีการแต่งตัวแบบยุค 90 มีรถโบราณที่แล่นผ่านไปมา มีความอันธพาลครองเมืองด้วย ในยุคที่ฟังเพลงผ่านเพจเจอร์ อ่านนิตยสารเป็นหลัก มันมีความอบอุ่นและความคิดถึงของช่วงเวลานั้นมาก ๆ โดยรวมคือดีเลิศ 10/10รีวิวพล็อตเรื่องผลงานซีรีส์เรื่องนี้เริ่มจากการเล่าเรื่องของสาวหลิ่วฉีฉีที่อยู่ในยุคปัจจุบัน(จากการตีความของนักเขียนเอง)กำลังมองไปยังเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีต เหมือนกับว่าเป็นการนึกย้อนกลับไปในห้วงความทรงจำที่มีทั้งทุกข์และสุขปะปนกันไป แต่เนื้อเรื่องที่เล่าจะได้เห็นหลิ่วฉีฉีในอดีตที่มีความเปรี้ยวซ่า ความก๋ากั่น ไม่ยอมใครอยู่ด้วย ดูซีรีส์เรื่องนี้ก็เหมือนได้นั่งนิ่ง ๆ แล้วนึกถึงไปยังห้วงเวลาในวัยเด็ก วัยรุ่นและกำลังเปลี่ยนผ่านเป็นวัยผู้ใหญ่เหมือนกัน จึงทำให้เนื้อเรื่องอินง่าย เข้าถึงกลุ่มคนดูรีวิวนักแสดงขอบอกเลยว่านักแสดงเรื่องนี้คือดีมาก ๆ อย่างที่หลาย ๆ คนพอจะทราบดีว่าผลงานซีรีส์เรื่องนี้เป็นแนวดราม่าครอบครัว ดราม่าชีวิต ซีนอารมณ์ค่อนข้างที่จะเยอะ อาจจะมีหวานน้อย ๆ มาเพิ่มอรรถรสคนดูให้สนุกสนาน ชุ่มชื่นหัวใจหน่อย ๆ อย่างตัวละครหลิ่วฉีฉีต้องยกรางวัลตุ๊กตาทองให้เลยนะคะ คีพหน้าได้นิ่งมาก ฟีลแบบไม่มีความรู้สึกใด ๆ มันเจ็บจนตายด้านไปแล้ว แต่ถึงคร่าวที่ต้องระเบิดอารมณ์ออกมาชีก็ทำได้ดีมาก ๆ ทำได้สุดใจ ดูแล้วเลิฟตัวละครหลิ่วฉีฉีสุด ๆ ความประทับใจhttps://www.youtube.com/watch?v=kKNA8SpQjcUในเรื่องของความประทับใจก็คงจะเป็นในเรื่องของความตั้งใจของทุก ๆ คนทั้งทีมงานที่จัดโลเคชั่นในการถ่ายทำได้ดีมาก ๆ ตอบโจทย์คนดูสุด ๆ ไปได้สุดทางจริง ๆ อย่างที่ทราบกับดีซีรีส์เรื่องนี้เป็นซีรีส์ที่เล่าเรื่องราวในยุค 80-90 มันจึงจะมีความคลาสสิคของเหล่าผู้คน บ้านเรือน วิถีชีวิต ความดั้งเดิมที่ยังคงอยู่ในซีรีส์เรื่องนี้ พอได้ดูก็เหมือนได้เสพศิลปะทางด้านองค์ประกอบของฉากไปด้วย ส่วนนักแสดงทุกคนก็แสดงได้ดีมาก ๆ เข้าถึงอารมณ์คนดู สุดท้ายนี้ก็ฝากผลงานซีรีส์เรื่อง Stand by Me (2023) ไว้ด้วยนะคะฝากผลงานทางทรูไอดีด้วยนะคะมารู้จัก โอวหมี่เต๋อ(Jusper) หรือ หานยาซื่อ หนุ่มมาดนิ่งแห่งอู๋เฟิงจากซีรีส์ เหนือเมฆาชะตาลิขิตรีวิวซีรีส์ Qing Qing San Si (2023) เรื่องราวตราบาปความรักที่ผูกติดไปทุกชาติมารู้จัก อียูบี(Lee Yoo Bi) หรือ ฮันโมเน ดาวเด่นสุดสวยจากซีรีส์ The Escape of the Seven (2023)รู้จัก หลี่เจียหาง(Li Jia Hang) หรือ หลิวซิน หนุ่มหล่อจากซีรีส์ เก้ายอดคุณธรรมพลิกคดีเเค้น (FaithFul)ภาพปก:那些回不去的年少时光官微:1/2ภาพประกอบ:那些回不去的年少时光官微:1/2/3/4/5/6วิดีโอประกอบ:LINE TV Taiwan:1คอมมูนิตี้ “โลกคนรักหนัง” ห้องหวีดซีรีส์ดังออกใหม่มาแรง ป้ายยาหนังดีหนังโดน

รวมผลงาน "พิม พิมประภา" นางเอกเรื่อง One Night Stand กับซีรีส์สุดปังบนทรูไอดี
อ่าน

รวมผลงาน "พิม พิมประภา" นางเอกเรื่อง One Night Stand กับซีรีส์สุดปังบนทรูไอดี

ต้องบอกว่าเป็นนักแสดงที่นับวัน ฝีมือการแสดงยิ่งจัดจ้านมากขึ้นทุกวัน สำหรับสาว "พิม พิมประภา ตั้งประภาพร" ที่ไม่ได้มีดีแค่สวย แต่เธอเก่งทั้งเรื่องร้องเพลง เล่นดนตรี งานแสดง เรียกว่าครบจบที่พิมคนเดียว และยิ่งมาหลัง ๆ พิมมักได้โอกาสดี ๆ จากผู้ใหญ่ป้อนบท ที่พิสูจน์ฝืมือการแสดงในเลเวลที่ต้องใช้ทักษะสูงเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ และเธอก็เอาอยู่ทุกบทจริง ๆ อย่างซีรีส์เรื่อง "One Night Stand คืนเปลี่ยนชีวิต" ที่รับชมย้อนหลังได้ที่ทรูไอดี เรื่องนี้พิมได้โชว์สกิลงานแสดงใส่แบบหมดแม็กซ์ ทำให้เธอได้รับรางวัล รางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ในงาน รางวัลนาฏราช ครั้งที่ 15 ประจำปี 2566 นอกจากนี้ก็ยังมีผลงานเรื่องอื่น ๆ ของพิม บนทรูไอดี ซึ่งเรารวบรวมไว้ให้แฟน ๆ ได้เลือกรับชมแล้ว พร้อมแล้วไปดูกันเลย! รวมผลงาน "พิม พิมประภา" นางเอกเรื่อง One Night Stand กดดูเลย One Night Stand คืนเปลี่ยนชีวิต(ดูได้ถึงวันที่ 8 สิงหาคม 2569) "One Night Stand คืนเปลี่ยนชีวิต" เรื่องราวของ 3 เพื่อนสาวที่ต้องสืบหาความจริงเมื่อ 1 ในเพื่อนรักจากไปหลังคืนสุดมันส์ 2 สาวที่เหลือตกเป็นผู้ต้องสงสัย ความลับเบื้องลึกค่อย ๆ เผยขึ้น กดดูเลย ดงดอกไม้(ดูได้ถึงวันที่ 14 ธันวาคม 2568) "ดงดอกไม้" เรื่องราวของ พงษ์ดนัย ชายหนุ่มเจ้าเสน่ห์ ที่มองผู้หญิงเป็นเพียงดงดอกไม้ให้เขาเลือกไม่ขาดสาย และชิดสมัยหญิงสาวผู้รักศักดิ์ศรี ที่ดันหลงเข้ามาในวังวนแห่งความลุ่มหลงนี้เช่นกัน อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : ไม่ปังยังไงไหว! One Night Stand คืนเปลี่ยนชีวิต ซีรีส์ดราม่า ติดเทรนด์ทวิตเตอร์ อันดับ 1 ปังทุกคน! เปิดวาร์ป 7 นักแสดงซีรีส์ One Night Stand คืนเปลี่ยนชีวิต ปรบมือรัว! ส่อง 10 นักร้องสาวก้าวสู่นางเอก สวย เก่ง ฝีมือเฉียบกับผลงานบนทรูไอดี

มารู้จัก อู๋ เจียไค(Wu Jia Kai) หรือ ซ่างจุน หนุ่มหล่อจากซีรีส์ ยืนอยู่ข้าง ๆ ฉัน (stand by me)
อ่าน

มารู้จัก อู๋ เจียไค(Wu Jia Kai) หรือ ซ่างจุน หนุ่มหล่อจากซีรีส์ ยืนอยู่ข้าง ๆ ฉัน (stand by me)

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ ที่น่ารักทุกคนไหนใครกำลังดูซีรีส์เรื่อง ยืนอยู่ข้าง ๆ ฉัน (stand by me) อยู่บ้างเอ่ย เมื่อพูดถึงซีรีส์จีนที่มาแรงที่สุดในตอนนี้ก็คงจะหนี้ไม่พ้นผลงานซีรีส์เรื่อง ยืนอยู่ข้าง ๆ ฉัน (stand by me) แล้วล่ะค่ะ ซึ่งได้หนุ่มหล่อสุดฮอตอย่าง อู๋ เจียไค(Wu Jia Kai) ที่มารับบทเป็น ซ่างจุน วันนี้เลยจะพาเพื่อน ๆ มาทำความรู้จักหนุ่มอู๋ เจียไค กันว่าเขาคนนี้เป็นใครมาจากไหน แล้วที่ผ่านมามีผลงานการแสดงเรื่องอะไรผ่านมาแล้วบ้าง มารู้จัก อู๋ เจียไค(Wu Jia Kai) หรือ ซ่างจุน หนุ่มหล่อจากซีรีส์ ยืนอยู่ข้าง ๆ ฉัน (stand by me)ชื่อ : อู๋ เจียไค(Wu Jia Kai , 邬家楷)เกิดเมื่อ : วันที่ 23 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2542การศึกษา : สำเร็จการศึกษาจาก มหาวิทยาลัย China Academy of Opera สาขาการแสดงจุดเริ่มต้นในวงการบันเทิงหนุ่มอู๋ เจียไคเป็นอีกหนึ่งคนที่เป็นนักแสดงหน้าใหม่ที่พึ่งจะมีผลงานในวงการบันเทิงได้ไม่นาน โดยหนุ่มอู๋ เจียไค เข้าสู่วงการบันเทิงจากผลงานภาพยนตร์เรื่อง Top Scorer ในปี 2022 ซึ่งผลงานซีรีส์เรื่องนี้เป็นการเล่าเรื่องราวของระหว่างลูกชายและแม่ โดยหนุ่มอู๋ เจียไค รับบทเป็น Zhang Xiao Man จากเด็กธรรมดา ๆ คนหนึ่งผู้มีความชื่นชอบทางด้านดนตรี อยู่มาวันหนึ่งก็เกิดเหตุการณ์พลิกผันทำให้เขาคนนี้กลายเป็นอัจฉริยะ เรื่องนี้สนุกมาก ๆ มีความคอมเมดี้นิด ๆ กับความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวหน่อย ๆ ผลงานในวงการบันเทิงภาพยนตร์เรื่อง Reversed Destiny ในปี 2023 ผลงานภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตวัยเรียนที่มีทั้งสุขและทุก โดยเนื้อเรื่องก็จะมีความสัมพันธ์เกี่ยวกับเพื่อนเข้ามาเกี่ยวโยง เพิ่มความสนุกขึ้นอีกด้วย ในเรื่องหนุ่มอู๋ เจียไค รับบทเป็น Mi Li เด็กหนุ่มวัยเรียนซีรีส์เรื่อง Da Shi Jie Niu Dan Ji  ในปี 2022 ผลงานซีรีส์เรื่องนี้เป็นการเล่าเรื่องราวความแฟนตาซีผสมผสานกับชีวิตจริงที่ต้องดำเนิน โดยเนื้อเรื่องของซีรีส์เรื่องนี้จะมีความผสมผสานหลากหลายตัวละครและหลากหลายอารมย์เป็นอย่าง มีสุข เศร้า เหงา ซึม รวม ๆ กันแล้วก็เป็นอีกหนึ่งผลงานซีรีส์ที่สนุกมาก ๆ อีกเรื่องหนึ่งบทบาท ซ่างจุน มาต่อกันในผลงานการแสดงในปี 2023 มาพร้อมกับการเปิดตัวสุดปังกับซีรีส์เรื่อง ยืนอยู่ข้าง ๆ ฉัน (stand by me) ที่ทำให้เพื่อน ๆ หลาย ๆ คนเริ่มรู้จักหนุ่มอู๋ เจียไค จากผลงานซีรีส์เรื่องนี้ ขอบอกเลยว่าผลงานซีรีส์เรื่องนี้สนุกมาก ๆ ใครที่ชอบซีรีส์แนววัยรุ่นยุค 80-90 กับความรักสุดหวานฉ่ำ ปมปัญหาครอบครัวหน่อย ๆ ต้องไม่พลาดกับซีรีส์เรื่องนี้เป็นแน่แท้ ในเรื่อง ซ่างจุน เป็นตัวละครที่แพรวพราวมาก เป็นอีกหนึ่งหนุ่มฮอตประจำโรงเรียนที่ใครต่อใครก็ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าหล่อมาก เป็นพ่อคนตามตื้อนางเอกตลอดเวลา แต่นางเอกไม่ยอมคุยด้วยเลย เชื่อเลยว่าน้ำหยดลงหินทุกวัน ต้องมีสักวันที่หนุ่ม ซ่างจุน จะชนะใจนางเอกบ้าง ส่วนตัวแอบเชียร์หนุ่มซ่างจุน (รีวิวซีรีส์ Stand by Me (2023) เรื่องราวการเปลี่ยนผ่านของช่วงวัยของหลิ่วฉีฉี)ไลฟ์สไตล์หนุ่มอู๋ เจียไคหนุ่มอู๋ เจียไคก็เป็นอีกหนึ่งคนที่มีไลฟ์สไตล์ชีวิตที่ง่าย ๆ สบาย ๆ ออกแนวเท่ ๆ คูล ๆ ด้วย ในเรื่องไลฟ์สไตล์การแต่งตัวหนุ่มอู๋ เจียไคถือว่าเป็นอีกหนึ่งคนที่มีความสายแฟอยู่ใน ทั้งในเรื่องของการแต่งตัวที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ใส่อะไรก็ดูเท่ ดูคูลไปหมดเลยความประทับใจในเรื่องของความประทับใจก็คงต้องเป็นในเรื่องของความตั้งใจในการทำงานของหนุ่มอู๋ เจียไค เขาคนนี้เป็นคนที่เมื่อสวมบทบาทในตัวละครแล้ว เขาสามารถแสดงเอกลักษณ์ของตัวละครนั้นออกมาได้ดีมาก ๆ เก็บทุกรายละเอียด ยิ่งซีรีส์แนววัยรุ่น ๆ วัยเรียน ๆ ยิ่งเข้ากับหนุ่มอู๋ เจียไคเป็นอย่างมาก ทั้งหล่อและแสดงดี เป็นธรรมชาติ ได้เห็นในคอสตูมชุดนักเรียนอีกครั้งก็ยังคงเท่เหมือนเดิมตลอดกาล สุดท้ายนี้ฝากผลงานซีรีส์เรื่อง ยืนอยู่ข้าง ๆ ฉัน (stand by me) ด้วยนะคะฝากงานทางทรูไอดีด้วยนะคะส่อง 6 ผลงานหนุ่มหลี่เฟย(Li Fei) หรือ เป๋ยซุน พระเอกจากซีรีส์ Qing Qing San Si (2023)รู้จัก หลี่หมิงจวิ้น(Li Ming Jun) หรือ เส้าอีจิ่ว หนุ่มนักดับเพลิงสุดน่ารัก จากซีรีส์เรื่อง อุ่นหัวใจด้วยไฟรักรู้จัก หยางเสวี่ยเอ๋อร์(Yang Xue er) หรือ หลินเหยียน นางเอกจากซีรีส์ โรแมนซ์แรงพยาบาท (Love Strike Back)มารู้จัก โอวหมี่เต๋อ(Jusper) หรือ หานยาซื่อ หนุ่มมาดนิ่งแห่งอู๋เฟิงจากซีรีส์ เหนือเมฆาชะตาลิขิตภาพปก:邬家楷-Kay:1/2/3ภาพประกอบ:邬家楷-Kay:1/2/3/4/5/6 จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !